ไคโตซาน เผาผลาญไขมันและลดน้ำหนัก

ไคโตซาน

ไคโตซาน (Chitosan) คือสารโพลีเซคคาไรด์ (Polysaccharide) เป็นสารสกัดที่ได้จากเปลือกกุ้ง หรือปู โดยแยกเอาโปรตีนและเกลือแร่ออกจะได้สารที่เรียกว่าไคติน (Chitin) ซึ่งเป็นสารที่ไม่ละลายน้ำ และประกอบกับผ่านกระบวนการทางเคมีจึงได้สารไคโตซานในที่สุด ไคโตซานเป็นเส้นใยอาหารตามธรรมชาติเช่นเดียวกับข้าวโอ๊ต มีโครงสร้างคล้ายตาข่ายมีความสามารถดักจับไขมันส่วนเกิน และสามารถดูดซับน้ำได้ดี จึงนิยมนำมาเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะเมื่อเวลารับประทานทำให้รู้สึกอิ่มท้อง และอีกทั้งยังช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน

crab shrimp

ประโยชน์จากไคโตซานกับการลดน้ำหนัก

ไคโตซาน มีความเป็นด่าง มีความสามารถในการดูดจับไขมัน (Fats) หรือไขมัน (Lipids) ในทางเดินอาหารได้อย่างประสิทธิภาพ ทำให้ไขมันไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด แต่จะขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ ในปี 1998 นักวิจัยชื่อชิลเลอร์ (Schiller) จากสถาบัน Mosby’s drug Consult ใช้ไคโตซาน ทดลองใช้สารไคโตซานกับผู้หญิงที่มีรูปร่างอ้วน 50 คน เพื่อทดสอบว่าไคโตซานมีผลต่อการลดน้ำหนักหรือไม่ โดยให้ผู้หญิงเหล่านั้นรับประทานไคโตซานจำนวน 1.5 กรัม ก่อนมื้ออาหารเป็นช่วงระยะเวลา 8 สัปดาห์ ผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจว่า ไคโตซานทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นลดน้ำหนักได้เฉลี่ยคนละ 1-2 กิโลกรัม หรือผลงานวิจัยของนักวิจัยชาวญี่ปุ่นในปี 2002 ซาโฮกะทดลองใช้ไคโตซานกับผู้ป่วยโรคอ้วนในระยะเวลา 6 เดือน พบว่าผู้ป่วยน้ำหนักลดถึง 15.9 กิโลกรัม และนอกจากนี้ยังพบว่าไคโตซานสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ด้วย ไคโตซานยังถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง เช่น นำมาใช้เป็นแผ่นบางเพื่อปิดบาดแผลที่เกิดจากการผ่าตัดเฉพาะที่ กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมบาดแผลให้หายเร็วขึ้น ไคโตซานนำมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงาม นำมาประกอบเป็นอาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนัก เป็นต้น

วิธีการรับประทานไคโตซาน

ไคโตซานสามารถพบเห็นในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เช่น แคปซูล ยาเม็ด ควรรับประทานไคโตซานในปริมาณ 3-6 กรัม ต่อวัน จะช่วยลดน้ำหนักและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล แต่ทั้งนี้ผลลัพธ์จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริโภคของแต่ละคนด้วย นอกจากนี้ไคโตซานไม่เพียงแต่ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเท่านั้น ไคโตซานยังถูกนำมาผลิตในรูปของเครื่องสำอางสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณและสุขภาพ

ผลข้างเคียง

สารไคโตซานอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น วิงเวียนศีรษะในบางราย แต่หากดื่มน้ำในปริมาณมาก อาการนั้นลดลงไปเอง สำหรับผู้ที่แพ้อาหารทะเล หากรับประทานไคโตซานอาจเกิดอาการแพ้ได้ และสตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากลดการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นต่อเด็กในครรภ์ เพราะไคโตซานมีความสามารถจับวิตามินที่ละลายในไขมันได้ดี เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ดังนั้นหากรับประทานไคโตซานในปริมาณมากและต่อเนื่องอาจทำให้ขาดวิตามินเหล่านี้ได้

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง