โหระพา

ชื่อวงศ์ : LABIATE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ocimum basilicum L.

ชื่อสามัญ : Common basil, Sweet basil

ชื่อพื้นเมืองอื่น : ห่อกวยซวย, ห่อวอซุ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; อิ่มคิมขาว (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ; โหระพา (ทั่วไป)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้พุ่มขนาดเล็ก ( ExUS) ลักษณะล้มลุก สูงประมาณ 30-100 ซม. ทุกส่วนมีกลิ่นหอม ลำต้นตรง แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นและกิ่งเป็นสี่เหลี่ยมมน ๆ สีม่วงหรือเขียวอมม่วง ผิวเกลี้ยงเมื่อยังอ่อนอยู่มีขน

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม ลักษณะใบรูปไข่หรือไข่แกมรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรืออาจจะหยักแบบฟันเลื่อยห่าง ๆ เกลี้ยงหรือมีขน ก้านใบยาว

ดอก สีขาวอมม่วง ออกเป็นช่อกระจะที่ยอด ริ้วประดับรูปไข่หรือรูปไข่แกมรูปไข่หอก ก้านดอกย่อยยาว กลีบเลี้ยงยาวเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็นปาก ปากบนแบนใหญ่ รูปค่อนข้างกลม มีส่วนแผ่ออกไปคล้ายปีกที่โคน ปากล่างยาวกว่าปากบน มีหยักแหลม 4 หยัก กลาง 2 หยักยาวแหลม มีขนทั้งด้านนอกและด้านใน กลีบดอกยาวเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นปาก ปากบนมีหยักมน ๆ 4 หยัก ขนาดไล่เลี่ยกัน มีขนสีขาว ปากล่างยาวกว่าปากบน ขอบเรียบ ตรงกลางเว้าเป็นแอ่งเล็กน้อย ด้านนอกมีขนสีขาว เกสรเพศผู้มี 4 อัน เรียงเป็น 2 คู่ ติดอยู่กับหลอดดอกใกล้โคนดอก ออกดอกตลอดปี

นิเวศวิทยา

มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาและเอเชียเขตร้อน ชอบแดดจัด ปลูกทั่วไปเป็นพืชสวนครัวและปลูกเพื่อการค้า

การปลูกและขยายพันธุ์

เป็นไม้กลางแจ้งนิยมปลูกทั่วไปในครัวเรือน ขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกประเภท เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือการตัดกิ่งปักชำ

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ราก รสปร่าหอม น้ำต้มดื่มเป็นยาบำรุงธาตุสำหรับเด็ก และใช้เป็นยาลดไข่

ทั้งต้น รสเผ็ดปร่าขมหอม แก้พิษฝี แก้หลอดลมอักเสบ แก้มะเร็ง แก้พิษตานซาง แก้เด็กนอนสะดุ้งผวา แก้ไข้

ใบ รสเผ็ดปร่าหอม รับประทานได้ มีกลิ่นหอม ใช้แต่งกลิ่นอาหาร เป็นยาฝาดสมาน แก้บิด บำรุงร่างกาย ขับลม ช่วยย่อยอาหาร ลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ ผสมกับขิงและพริกไทยขาว รับประทานลดไข้ เป็นยาบำรุงปลายประสาท แก้โรคไต แก้หวัด น้ำคั้นจากใบใช้ทาผิวหนังแก้กลากเกลื้อน หยอดหูแก้ปวด น้ำมันที่กลั่นได้จากใบ ใช้เป็นยาป้องกันแมลงและฆ่าแบคทีเรียบางชนิด

ยอดอ่อน รสเผ็ดปร่า โขลกให้ละเอียดผสมกับน้ำนมราชสีห์ คั้นเอาน้ำดื่มเรียกน้ำนม

ดอก รสเผ็ดปร่าหอม เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ บำรุง แก้ไอในเด็ก มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดหนอง

เมล็ด รสเย็นปร่าหอม เป็นยาเย็น ทำเป็นยาชงดื่มแก้บิด ท้องเสีย ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ และเป็นยาระบาย แก้ไอ ขับพยาธิ ขับน้ำเหลืองเสีย บดฟอกฝี

วิธีและปริมาณที่ใช้

  1. แก้อาการปวดท้องของเด็ก โดยใช้ใบโหระพาสด 20-30 ใบ ชงน้ำร้อน แล้วกรองเอาน้ำร้อนมาชงนมให้เด็กดื่ม หรือให้น้ำโหระพาหลังจากดื่มนมแล้ว ซึ่งจะมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้ยาขับลมแผนปัจจุบันที่ผสมแอลกอฮอล์ตาท้องตลาด
  2. เป็นยาระบายอย่างอ่อนสำหรับผู้ที่ท้องผูกประจำ โดยใช้เมล็ดโหระพาแก่ 5-15 กรัม แช่น้ำ ประมาณ 250 ซีซี ให้พองตัว จะมีลักษณะเป็นเมือก ใช้เป็นยาเย็นรับประทาน หรืออาจจะผสมน้ำหวานและน้ำแข็งด้วยก็ได้
  3. ยาแก้หวัด แก้จุกเสียด ขับลม ขับเสมหะ และเจริญอาหาร โดยใช้ใบสดหรือยอดอ่อนประมาณ 15-20 ใบ ชงน้ำร้อนดื่ม

ข้อควรทราบ

  • ใบสดมีน้ำมันหอมระเหย เช่น Eugenol, Linalool ฯลฯ ใช้แต่งกลิ่นอาหาร แก้อาการท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน และขับลม
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง