โหระพา (Sweet Basil)

โหระพา

โหระพาเป็นผักกลิ่นหอมอีกชนิดที่อยู่คู่ครัวไทยมาช้านานเช่นเดียวกับพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันอย่างกะเพรา แมงลัก สะระแหน่ และยี่หร่า ต้นโหระพามีกิ่งก้านทรงสี่เหลี่ยม มีทั้งพันธุ์ก้านสีม่วงและสีเขียว แต่คนจะนิยมกินโหระพาสีม่วงมากกว่า เพราะมีกลิ่นและรสแรงกว่า ดอกโหระพาออกเป็นช่อ อยู่บริเวณปลายยอด ลักษณะเป็นชั้น สีขาว สีชมพูอ่อน หรือสีม่วง มีใบประดับมีสีเขียวแกมม่วง

ยอดและใบอ่อนผักพื้นบ้านกลิ่นหอมฉุนปนรสเผ็ดร้อนชนิดนี้มีน้ำมันหอมระเหยอยู่ร้อยละ 0.1-1.5 ซึ่งองค์ประกอบหลักก็คือสารเมทิลซาวิคอล ร้อยละ 70-74 ไลนาโลออล ร้อยละ 15-18 และยูจีนอล ร้อยละ 0.5 โหระพาจึงมีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ขับลม แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ ขับเหงื่อ แก้ปวดหัว มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย จึงใช้ตำพอกแผลที่มีหนองหรือแก้กลากเกลื้อน และช่วยลดอาการอักเสบดังเช่นที่ภูมิปัญญาคนสมัยโบราณว่าไว้ คือให้นำมาตำผสมเหล้าขาวแล้วพอกบริเวณเข่า จะช่วยบรรเทาอาการปวดข้อเข่าได้ หรือจะใช้เป็นน้ำมันนวดบำบัด ก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่น สงบ และผ่อนคลาย น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากโหระพายังใช้ในการแต่งกลิ่นให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ยาสีฟันหรือเครื่องสำอาง

ยอดอ่อนและใบโหระพากินสดเป็นผักเคียงอาหารได้หลากหลาย เช่น ลาบ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ขนมจีนน้ำยา หรือใช้เติมกลิ่นรสให้กับแกงเขียวหวาน ผัดหอยลาย ทั้งยังใช้ผักกับเนื้อสัตว์ได้อร่อยไม่แพ้ใบกะเพรา อาหารเวียดนามหลายเมนูก็มีโหระพาเป็นส่วนประกอบ ส่วนทางยุโรปก็ใช้โหระพาปรุงสลัดหรือพาสตา ในโหระพาหนัก 100 กรัม จะมีเส้นใยอาหารอยู่ 2.5 กรัม ช่วยทำความสะอาดลำไส้และดีต่อการขับถ่าย มีวิตามินซี 35 มิลลิกรัม ช่วยต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงมีแคลเซียม วิตามินเอ และธาตุเหล็กด้วย

หลังจากดอกโหระพาร่วงโรยไป ต้นโหระพาก็จะติดเมล็ดขนาดเล็ก กลมรี สีน้ำตาล ลักษณะคล้ายเมล็ดแมงลัก ใช้เป็นยาได้ โดยต้มหรือแช่น้ำจนพอง กินเป็นยาระบาย หล่อลื่นลำไส้ ช่วยขับปัสสาวะ แก้โรคบิดและโรคตาแดง

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง