แสยก

ชื่อวงศ์ : EUPHORBIACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit.

ชื่อสามัญ : Slipper flower

ชื่อพื้นเมืองอื่น : เคียะไก่ให้ (ภาคเหนือ) ; ตาสี่กะมอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; นางกวัก, ว่านสลี (แม่ฮ่องสอน) ; กะแหยก, มหาประสาน, ย่าง, แสยก, แสยกสามสี (ภาคกลาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้พุ้ม (ExS) ขนาดเล็ก สูงประมาณ 40-100 ซม. มีน้ำยางมาก ลำต้นหักงอไปมาทำให้เป็นรูปซิกแซก ลักษณะกลมฉ่ำน้ำมีสีเขียว ผิวเรียบ

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันซ้ายขวาในระนาบเดียวกัน ลักษณะใบรูปไข่ ฐานใบกลมมัน หรือแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ปลายใบมนหรือแหลม เส้นใบมองเห็นไม่ชัด เนื้อใบหนา ด้านล่างมีขนอ่อน เส้นเล็ก ปกคลุมบางๆ ทั่วไป ก้านใบยาว หูใบมีลักษณะเป็นตุ่มกลมเล็ก 2 ตุ่ม อยู่สองข้างโคนก้านใบ ร่วงง่าย ต้นจะสลัดใบทิ้งหมดหรือเกือบหมดก่อนออกดอก

ดอก มีสีแดง ออกเป็นช่อตามลำต้น ที่ยอดและตามกิ่งแขนงสั้นๆ ใกล้ยอด ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ก้านช่อยาวมีขนช่อดอกยาว ใบประดับด้านนอกมีขนสั้นปกคลุมหนาแน่น ก้านดอกไม่มีขน ดอกมีลักษณะคล้ายรองเท้าหรือเรือ มี 5 กลีบ เรียงเป็นสองชั้น ชั้นในมี 3 กลีบ สั้น และแคบกว่ากลีบชั้นนอก มีขนละเอียด ที่ฐานด้านนอกมีต่อมน้ำหวานรูปกระทะคว่ำ

ผล เป็นชนิดแห้งแล้วแตก

นิเวศวิทยา

ปลูกเป็นไม้ประดับตามสวนสาธารณะและตามบ้านเรือน นิยมปลูกตามแนวรั้ว ขึ้นง่ายและทนแล้งได้ดี

การปลูกและขยายพันธุ์

เจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วๆ ไป ทุกประเภท ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำหรือแยกต้น

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ทั้งต้น รสเมาเบื่อเอียน สมานแผล ห้ามเลือดได้ดี ทาผิวหนังแก้โรคกลาก เกลื้อน พิษแมลงป่องต่อย ตะขาบกัดต่อย ถ้าทุบใส่บ่อปลาๆ จะตายหมด

น้ำยาง รสร้อนเมา ใช้ทากัดหูด แต่ถ้ารับประทานเข้าไปจะทำให้อาเจียน

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • รักษาโรคผิวหนัง พิษแมลงสัตว์กัดต่อย โดยใช้ยอดสด 5-10 กรัม นำมาโขลกให้ละเอียด ผสมเหล้าโรงเล็กน้อย ใช้ทาและพอกบริเวณที่เป็น
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง