แตงกวา (Cucumber)

แตงกวา

แตงกวาเป็นผักที่กินแกล้มกับอาหารคาวได้หลากหลายเมนู เช่น ข้าวผัด ข้าวมันไก่ สเต๊ก หรือลาบ บางครั้งก็กินเป็นผักเหนาะจิ้มน้ำพริก หั่นใส่ในอาจาดหรือน้ำจิ้มชนิดต่าง ๆ ใส่ในสลัด หรือจะกินเล่นก็ยังได้ ส่วนเมนูที่นำแตงกวาไปปรุงสุกเท่าที่พอจะคุ้นตากันก็เช่น แตงผัดไข่หรือแกงจืดแตงกวายัดไส้ ด้วยว่ารสหวาน กรุบกรอบฉ่ำน้ำ กินง่าย และมีให้กินตลอดทั้งปี ผักชนิดนี้จึงขายดับขายดีทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ

ในแตงกวา 100 กรัม มีวิตามินซีประมาณ 20 มิลลิกรัม ช่วยให้ต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการเร่งความแก่ในร่างกายได้ มีเส้นใยอาหาร 0.7 กรัม จึงดีต่อระบบขับถ่าย ทั้งนี้ ควรกินทั้งเปลือกเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด เพียงแต่ต้องล้างให้สะอาด เพราะแตงกวาเป็นผักที่ใช้สารเคมีในการปลูกค่อนข้างมาก แตงกวายังมีเบตาแคโรทีนที่มีบทบาทสำคัญต่อดวงตาด้วย แตงกวาเป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น สรรพคุณของแตงกวาก็เช่น เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ ขับน้ำนม และลดไข้ และความที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่ถึงร้อยละ 96.1 แตงกวาจึงมีสรรพคุณช่วยให้ร่างกายสดชื่น แก้กระหายได้ แต่แตงกวาก็มีกรดยูริกอยู่ ผู้ที่เป็นโรคเกาต์จึงไม่ควรกินมาก เพราะอาจทำให้อาหารกำเริบ

รสขมของแตงกวาที่นาน ๆ จะเจอสักครั้งนั้น คนสมัยก่อนเชื่อกันว่า เป็นเพราะมีงูเลื้อยผ่านต้นแตงกวา ทำให้ผลแตงต้นนั้นมีรสขม แต่นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า รสขมนี้เกิดจากพันธุกรรมของแตงกวาที่มีการสร้างสารคูเคอร์บิตาซิน (Cucurbitacin) ขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากแมลงศัตรูพืช หากสารนี้มีมากก็จะทำให้รู้สึกขม นอกจากนี้สภาวะแวดล้อม ทั้งแสงแดด ความชื้น และปริมาณน้ำ ก็มีผลต่อการสร้างสารดังกล่าวด้วย แต่รสขมนี้กลับมีประโยชน์ โดยมีงานวิจัยพบว่า สารนี้อาจช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ส่วนวิธีแก้รสขมของแตงกวาก็ไม่ยาก เพียงแต่ตัดขั้วและปอกเปลือกออก เพราะเป็นส่วนที่มีสารนี้อยู่มากที่สุด ผ่าตามยาว วางทิ้งไว้สักพัก แล้วนำไปแช่น้ำเกลือ 3 นาที เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องทิ้งแตงกวาให้เสียเปล่าแล้ว

ในยุคนี้ตามร้านอาหารมักจะใช้แตงร้านแทนแตงกวา เพราะผลขนาดใหญ่และราคาถูกกว่า แต่ก็รสหวานกรอบสู้แตงกวาไม่ได้ ส่วนด้านคุณค่าสารอาหารก็ไม่แตกต่างจากแตงกวามาก สำหรับวิธีเลือกซื้อแตงกวาให้ได้คุณภาพดีนั้น ต้องเลือกลูกที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยว สีไม่เหลือง ไม่มีรอยช้ำหรือแผล และหากต้องการเก็บไว้กินหลาย ๆ วัน ให้แช่ไว้ในตู้เย็นโดยไม่ต้องล้าง เมื่อจะนำออกมากินจึงค่อยล้าง

สำหรับผู้หญิงที่รักการบำรุงผิว คงคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ที่มีการสกัดจากแตงกวาเป็นส่วนประกอบ ที่จริงแตงกวาสดก็ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสได้แบบไม่ต้องเปลืองเงิน เพียงนำแตงกวาแช่เย็นมาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ วางทิ้งไว้บนหน้าสัก 20 นาที เอนไซม์อีเรพซิน (Erepsin) ซึ่งมีหน้าที่ย่อยโปรตีน รวมถึงความเป็นกรดอ่อน ๆ ในแตงกวาจะผลัดเซลล์ผิวเก่าบนใบหน้าให้หลุดออก ช่วยให้ขับใบหน้าขาวใส โดยไม่ระคายเคือง นอกจากนี้ ใครที่ผิวถูกแดดเผาจนแดงแสบ ก็ใช้วิธีนี้ช่วยบรรเทาอาการได้ดีเช่นกัน เพราะแตงกวาจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง