แค

ชื่อวงศ์-อนุวงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sesbania grandiflora (L.) Desv.

ชื่อสามัญ : Agasta, Sesban, Vegetable humming bird

ชื่อพื้นเมืองอื่น : แค, แคบ้าน, แคบ้านดอกแพง (ภาคกลาง) ; แคแดง (เชียงใหม่)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ต้นขนานเล็ก (ExST) สูงประมาณ 3-10 เมตร กิ่งเปราะหักง่าย เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา และมีรายขรุขระ ด้านในเปลือกต้นมีสีชมพู ไม่แตกกิ่งก้านสาขามากมาย

ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยมีขนาดเล็ก เรียงตรงข้ามเป็นคู่ มีใบย่อยประมาณ 15-25 คู่ ลักษณะใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่ปลายใบมนหรือเว้าบุ๋ม มีติ่งเล็กน้อย ขอบใบเรียบ โคนใบเฉียง แผ่นใบสีเขียว ผิวใบอาจมีขนเล็กน้อยหรือผิวเกลี้ยง ก้านใบสีเขียวอ่อนอมชมพู

ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ ตามซอกใบ คล้ายดอกถั่ว ช่อหนึ่ง ๆ มีประมาณ 2-4 ดอก เป็นดอกแบบสมมาตรด้านข้าง มีกลีบดอก 5 กลีบ ขนาดของกลีบดอกไม่เท่ากัน กลีบบนสุดจะมีขนาดใหญ่สุด ถัดเข้าด้านในมีขนาดเล็ก และมักจะกิ่วคอดตอนโคน ส่วนกลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อนเป็นรูประฆัง ดอกมีทั้งชนิดสีขาวและสีแดง มีความยาวประมาณ 6-10 ซม.

ผล เป็นฝัก ลักษณะแบนยาวเหมือนถั่วฝักยาว เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก มีเมล็ดเรียงอยู่ตรงกลางแถวเดียว ปลายฝักแหลม ภายในมีเมล็ด 15-50 เมล็ด

เมล็ด ขนาดเล็ก ลักษณะกลมแบนสีน้ำตาลอ่อน คล้ายเมล็ดถั่วค่อนข้างแข็ง

นิเวศวิทยา

เป็นไม้โตเร็ว มักจะพบทั่ว ๆ ไปในเขตร้อน จึงนิยมปลูกไว้ริมถนนและบริเวณบ้าน

การปลูกและขยายพันธุ์

สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด แม้แต่ดินที่ไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ เป็นไม้กลางแจ้งและไม่ชอบน้ำขัง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ราก รสหวานเย็น น้ำจากรากนำมาผสมกับน้ำผึ้งเป็นยาขับเสมหะ ใช้ร่วมกับรากเพกา รากมะเดื่อชุมพร แก้พิษต่างๆ บำรุงธาตุไฟ และคุมธาตุ

เปลือกต้น รสฝาด แก้ท้องร่วง แก้บิด ห้ามเลือด ชะล้างแผล คุมธาตุ สมานทั้งภายนอกและภายใน แก้บิดมูกเลือด รักษาอาการท้องเดิน และถ้ารับประทานมากๆ จะทำให้อาเจียนได้

ดอก รสหวานขม ใช้แก้ไข้หัวลม

ยอดอ่อนหรือใบอ่อน รสหวานมัน ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ใบสด ใช้แก้ไข้เปลี่ยนอากาศ เปลี่ยนฤดู แก้ไข้หวัด แก้ไข้หัวลม กักเมือกมันและช่วยย่อย

วิธีใช้และปริมาณที่ใช้

  • แก้ท้องร่วง แก้บิด รักษาอาการท้องเดิน โดยใช้ต้นสด 20-30 กรัม ขูดเปลือกนอกออกให้สะอาด สับเป็นชิ้นต้มในน้ำเดือด 1 ลิตร เคี่ยวให้เหลือครึ่งหนึ่ง กรองเอาน้ำดื่ม 3 เวลา
  • ขับเสมหะ โดยเอารากสด 20 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด สับเป็นท่อน แล้วโขลกให้ละเอียด คั้นเอาน้ำ นำมาผสมกับน้ำผึ้ง ค่อย ๆ จิบ
  • แก้ไข้พิษต่าง ๆ บำรุงธาตุไฟ และคุมธาตุ โดยใช้รากแค ร่วมกับรากเพกา และรากมะเดื่ออุทุมพร อย่างละเท่ากัน ล้างน้ำให้สะอาด สับเป็นท่อน แล้วโขลกให้ละเอียด คั้นเอาน้ำ นำมาผสมกับน้ำผึ้ง ค่อยๆ จิบ

ข้อควรทราบ

  • เปลือกต้น จะมีรสฝาดเพราะมีสารแทนนิน (Tanin) ซึ่งใช้ในรักษาท้องเดิน แต่ถ้ารับประทานมาก ๆ จะทำให้อาเจียนได้
  • ใบอ่อนหรือยอดอ่อน ดอก และฝักอ่อน สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารได้ เช่น ลวกรับประทานกับน้ำพริก หรือแกงส้ม เป็นต้น
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง