แค (Sesbania)

แคหรือแคบ้าน เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง บ้านเรือนตามต่างจังหวัดมักเลือกปลูกแคเป็นรั้วเพื่อกั้นแสดงขอบเขตบริเวณบ้าน เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่ายและใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ยอดจรดราก แม้แต่เพราะประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเมเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หรือประเทศในทวีปอเมริกาและแอฟริกาก็ปลูกต้นแคเพื่อเป็นอาหารและยาเช่นกัน โดยต้นแคในบ้านเราจะแตกยอดและผลิใบอ่อนในช่วงฤดูฝน และให้ดอกในต้นฤดูหนาว

ส่วนสำคัญที่ให้สารอาหารสูงคือ ดอกแค ซึ่งก็มีทั้งพันธุ์ดอกสีขาวและดอกสีแดง ใช้ปรุงอาหารได้อร่อย อาหารจานเด็ดจากดอกแคก็เช่น แกงส้มดอกแค ดอกแคยัดไส้ ดอกแคชุบไข่หรือชุบแป้งทอด ดอกแคลวกจิ้มน้ำพริก และแกงเลียง ดอกแค 100 กรัม มีเส้นใยอาหารมากถึง 7.2 กรัม ช่วยทำความสะอาดลำไส้และป้องกันอาการท้องผูก มีฟอสฟอรัส 57 มิลลิกรัม จำเป็นต่อการเจริญเติมโตและการสร้างพลังงาน และมีวิตามินซี 35 มิลลิกรัม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดอาการของโรคหวัด ขณะที่ยอดแคให้โปรตีนถึงร้อยละ 36 ทั้งยังให้ธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินซีสูงกว่าดอกแคในปริมาณเท่ากัน

สรรพคุณทางยาในส่วนทางต่างๆ ของต้นแค ได้แก่ ดอกแคมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ลดความร้อนในร่างกาย แก้อาการไข้ที่เกิดจากการเปลี่ยนฤดูหรือที่เรียกว่า “ไข้หัวลม” และแก้ปวดหัว โดยก่อนนำดอกแคไปปรุงอาหาร คนส่วนใหญ่มักจะใช้มีดผ่าสันด้านนอกของกลีบดอก เพื่อเอาเกษรซึ่งเป็นส่วนที่มีรสขมออก แต่แท้จริงแล้วส่วนนี้กลับเป็นส่วนที่มีตัวยาสำคัญอยู่มาก

เปลือกต้นแคมีสารแทนนินสูง จึงมีฤทธิ์ฝาดสมาน (Astringen) ช่วยสมานแผลและบรรเทาอาการท้องเสีย น้ำคั้นจากใบและยอดอ่อนกินเป็นยาระบาย ช่วยถอนพิษไข้และทาแก้ช้ำบวม น้ำต้มจากรากใช้ดื่มแก้อาการอักเสบ หรือจะนำรากมาคั้นผสมน้ำผึ้ง กินเป็นยาขับเสมหะก็ยังได้ ต้นแคยังช่วยปรับปรุงดินได้ เพราะแคเป็นพืชในวงศ์เดียวกับถั่ว จึงมีแบคทีเรียที่ปมรากช่วยตรึงไนโตรเจนในอากาศมาสร้างเป็นไนโตรเจนในดิน

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง