เหงือกปลาหมอ

ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acanthus ebracteatus Vahl

ชื่อพ้อง : Acanthus ilicfolius L. ; Acanthus ilicfolius L. var intergrifolia T.Anderson

ชื่อสามัญ : Sea holly

ชื่อพื้นเมืองอื่น : แก้มหมอ, แก้มหมอเล (กระบี่) ; จะเกร็ง, นางเกร็ง, เหงือกปลาหมอ, เหงือกปลาหมอน้ำเงิน (ทั่วไป) ; อีเกร็ง (ภาคกลาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้พุ่มขนาดเล็ก (US) สูงประมาณ 30-100 ซม. ลักษณะลำต้นเป็นข้อ แข็ง และมีหนามอ่อน ๆ ตามข้อ ๆ ละ 4 หนาม

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ สีเขียวเข้ม ลักษณะใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ขอบใบเว้าหรือเรียบ และมีหนามแหลม ปลายใบแหลม มีก้านใบสั่น ๆ

ดอก ออกเป็นช่อตั้งตรงที่ยอด ช่อดอกยาว กลีบรองกลีบดอก มี 4 กลีบ แยกจากกันสีเขียวอ่อน กลีบดอกสีขาว สีขาวขริบฟ้า หรือสีฟ้าอมม่วง แยกเป็น 2 ทาง กลีบบนยาวเท่ากับกลีบรองกลีบดอก แต่กลีบล่างแผ่กว้างและโค้งลง ปลายกลีบหยักเว้าเป็น 3 หยักตื้น ๆ

ผล เป็นฝักสีน้ำตาล ปลายฝักป้าน มีเมล็ดข้างใน 4 เมล็ด

นิเวศวิทยา

เป็นไม้กลางแจ้ง มีอยู่ทั่วไปในป่าชายเลน ตามที่ลุ่มริมแม่น้ำลำคลอง ส่วนมากชอบขึ้นในที่น้ำกร่อย แต่บางทีก็พบในน้ำจืดบ้างเหมือนกัน

การปลูกและขยายพันธุ์

เจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ความชื้นปานกลาง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ทั้งต้น รสเค็มกร่อย แก้อาการผดผื่นคัน

ใบ รสเค็มกร่อย รักษาโรคปวดบวมและแผลอักเสบ แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ แพทย์แผนไทยตามชนบทใช้ทั้ง 5 เป็นยาแก้ไข้หัว พิษฝี พิษกาฬได้ดี แก้น้ำเหลืองเสีย ใช้ปรุงกับฟ้าทลายโจรรมหัวริดสีดวงทวาร โขลกใบผสมกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาแก้อาการตาเจ็บหรือตาแดง

ผล รสเค็มกร่อย ใช้เป็นยาขับโลหิตอย่างแรง และแก้ฝีซาง ฝีตาน

ในประเทศอินเดีย ใช้ยอดและใบอ่อนโขลกผสมน้ำเล็กน้อยปิดแผลที่ถูกงูกัด ทั้งต้นใช้รักษาแก้โรคที่เกี่ยวกับหลอดลมและแก้ไอ และนำมาต้มเอาน้ำดื่มเป็นยารักษาธาตุพิการ

ในประเทศสิงคโปร์ ใช้เมล็ดเป็นยาแก้ไอ โดยต้มเมล็ดกับดอกมะเฟืองหรือดอกตะลิงปลิง แล้วเติมเปลือกอบเชย และน้ำตาลกรวด จิบแก้ไอ เมล็ดบดเป็นผงใช้พอกแก้ฝี หรือนำไปคั่วแล้วป่นละลายน้ำดื่มแก้ฝี ฝักต้มรับประทานเป็นยาขับโลหิต และแก้ฝี รากต้มเป็นยาดื่มแก้โรคงูสวัด

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • รักษาโรคผิวหนัง แผลพุพอง น้ำเหลืองเสีย โดยใช้ทั้งต้นและใบสด 3-4 กำมือ ล้างให้สะอาด สับเป็นชิ้นนำไปต้มน้ำ แล้วใช้น้ำอาบ เช้า-เย็น เป็นเวลา 1 สัปดาห์

ข้อควรทราบ

เหงือกปลาหมอ มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ

  1. เหงือกปลาหมอ Acanthus ilifolius L. หรือ Acanthus ilifolius L. var intergrifolia T.Anderson ลักษณะจะมีดอกสีฟ้าอมม่วง มีประสีเหลืองตรงกลางกลีบ มีใบประดับสีเขียวอีก 2 กลีบ รองรับดอกอยู่เสมอไป
  2. เหงือกปลาหมอ Acanthus ebracteatus Vahl ลักษณะจะมีดอกสีขาวค่อนข้างเล็ก มีใบประดับรองรับช่อดอก แต่ร่วงหลุดไปก่อน

เหงือกปลาหมอทั้ง 2 ชนิดนี้ มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรเหมือนกันทุกประการ

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง