เมล็ดทานตะวัน (Sunflower Seed)

เมล็ดทานตะวัน

ทานตะวันนอกจากจะให้ดอกสวยงามสะดุดตาแล้ว ยังให้ผลผลิตเป็นเมล็ดรูปหยดน้ำที่ใช้เป็นอาหารและสกัดเอาน้ำมันด้วย น้ำมันจากเมล็ดทานตะวันจัดเป็นน้ำมันพืชคุณภาพดี มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อร่างกาย อัดแน่นไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินดี และวิตามินอี

น้ำมันเมล็ดทานตะวันประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น กรดไลโนเลอิกหรือโอเมกา 6 สูงถึงร้อยละ 60-70 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่เป็นสาเหตุของโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และวิตามินที่มาพร้อมกับน้ำมันซึ่งมีอยู่สูงกว่าในน้ำมันพืชชนิดอื่น ๆ คือวิตามินอี จากรายงานผลการวิเคราะห์ในห้องวิจัยพบว่า ในน้ำมันเมล็ดทานตะวันมีวิตามินอีสูงกว่าในน้ำมันเมล็ดข้าวโพดและเมล็ดถั่วเหลืองกว่า 3 เท่า สามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่เกิดกลิ่นหืน สี กลิ่น และรสชาติไม่เปลี่ยนแปลง

วิตามินอีนอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นวิตามินที่ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี และบำรุงสายตาแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในหลอดเลือด ทำให้เม็ดเลือดแดงสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน อันเป็นสาเหตุให้หลอดเลือดอุดตัน ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด

เมื่อสกัดเอาน้ำมันออกไปแล้ว ผลพลอยได้ที่เหลืออยู่คือ กากเมล็ดทานตะวัน ซึ่งนำไปเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงอีกชนิดหนึ่ง เพราะมีโปรตีนอยู่ถึงร้อยละ 34-37 มีวิตามินบีรวม ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง อีกทั้งยังไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์

เมล็ดทานตะวันที่ใช้สกัดน้ำมันกับที่ใช้รับประทานจะเป็นคนละประเภทกัน คือ เมล็ดที่ใช้สกัดน้ำมันจะเป็นเมล็ดเล็ก เปลือกสีดำ เปลือกบาง ให้น้ำมันมาก ส่วนเมล็ดที่นำมากินเป็นอาหารจะมีขนาดโตกว่า เปลือกลายทาง เปลือกหนาไม่ติดกับเนื้อในเมล็ด การเลือกซื้อเมล็ดทานตะวันมาบริโภค ต้องเลือกเมล็ดที่ใหม่ เปลือกหุ้มเมล็ดสีเทา ยังไม่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล ไม่เหม็นหืน และควรเก็บเมล็ดทานตะวันไว้ในภาชนะปิดสนิทไม่ให้อากาศเข้า

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง