เปลือกกระท้อน รักษาโรคผิวหนัง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sandoricum koetjape (Burm.f) Merr.

ชื่อวงศ์ : Meliaceae

กระท้อน เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขาเป็นทรงพุ่มหนาทึบ ขนาดลำต้นสูงประมาณ 15-25 เมตร เปลือกต้นมีสีชมพูอ่อน ๆ ใบเป็นใบประกอบ ใบย่อยลักษณะเป็นรูปมนรี ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ใบอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมแดง มีดอกสีเหลืองขนาดเล็กออกเป็นช่อ ผลลักษณะทรงกลม เปลือกหนา เนื้อสีขาวฉ่ำน้ำ เปลือกผลเป็นสีเหลืองเมื่อสุกบริเวณเปลือกมียางเล็กน้อยเป็นสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือตอนกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น ชอบดินร่วน

กระท้อนนิยมทำเป็นผลไม้ลอยแก้วมากกว่ากินเป็นผลไม้สด ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน กินแล้วชุ่มคอ ในด้านของพืชสมุนไพร นิยมนำใบและดอกมาปรุงยารักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น กลากเกลื้อน ผดผื่นคัน

คุณค่าทางโภชนาการ

ในกระท้อนมีกรดอินทรีย์ กรดอะมิโน คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลอยู่มาก สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้ดี มีกากใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

วิตามินซีที่ช่วยกระชับผิว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันไข้หวัด รักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน วิตามินเอที่บำรุงสายตา บำรุงผม และระบบเนื้อเยื่อ

คุณค่าทางสมุนไพร

ราก ต้มกับน้ำ ใช้ดื่มแก้อาการถ่ายเป็นมูกเลือด แก้ท้องเสีย แก้ไข้หวัด

เปลือกผล นำมาทุบจนมีน้ำซึมออกมา ใช้ทาผิวหนังแก้อาการผดผื่นคัน กลากเกลื้อน

ใบ ใช้ใบสดต้มกับน้ำ อาบแก้ไข้หวัด หรือใช้เป็นส่วนผสมสมุนไพร ต้มแล้วอบไอน้ำเพื่อไล่ความร้อนออกจากร่างกาย ขับเหงื่อ

เนื้อผล กินเป็นผลไม้สด กินพร้อมน้ำปลาหวานเพื่อเพิ่มรสชาติ หรือทำเป็นผลไม้ลอยแก้ว มีสรรพคุณป้องกันไข้หวัด แก้อาการเจ็บคอ บำรุงสายตา

เปลือกกระท้อนรักษาผิว

เอาเฉพาะส่วนที่เป็นเปลือกติดส่วนที่เป็นเนื้อเล็กน้อยมาทุบจนมีน้ำซึมออกมา ใช้ส่วนที่เป็นน้ำทาผิวหนังแก้อาการต่าง ๆ เช่น อาการคัน กลากเกลื้อน เชื้อราต่าง ๆ ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน หรือทาบริเวณที่เป็นแผลเป็น จะช่วยให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงหรือจางลง

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง