องุ่น (Grape)

องุ่น ผลไม้เก่าแก่ที่ทั่วโลกรู้จักกันมาแต่ครั้งโบราณ องุ่นเป็นพันธุ์ไม่เลื้อย ออกผลเป็นพวง ผลกลมหรือรี เปลือกบาง มีหลากสีสัน ทั้งเขียว แดง ม่วง หรือดำ เนื้อฉ่ำน้ำ รสเปรี้ยวหรือหวานตามแต่พันธุ์ ซึ่งนอกจากลักษณะภายนอกจะสวยแล้ว องุ่นยังเหมาะเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย เพราะองุ่นช่วยบำรุงร่างกายและมีคุณสมบัติในเรื่องการล้างพิษได้อย่างดีเยี่ยม

น้ำตาลในองุ่นประกอบด้วยกลูโคสและฟรักโทสเป็นหลัก ช่วยเพิ่มพลังงานและทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้อย่างรวดเร็ว องุ่นมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด อาทิ สารโอพีซี (OPCs : Oligomeric Proanthocyanidin Complexs) ช่วยเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือด ลดการเกิดเส้นเลือดขอด ป้องกันเลือดจับตัวกันเป็นลิ่ม จึงลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ แอนโทไซยานินเป็นสารสีในองุ่นสีแดงและดำช่วยเพิ่มไขมันชนิดที่เป็นประโยชน์ (HDL) และลดไขมันชนิดไม่ดี (LDL) รวมถึงช่วยลดระดับกรดยูริกในกระแสเลือด จึงช่วยป้องกันโรคเกาต์ได้ และอาจช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์เนื้องอก สารคาเทชินก็ต่อต่อระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจ ขณะที่เคอร์ซิตินช่วยป้องกันหลอดเลือดในสมองอุดตัน ต้านการอักเสบ และช่วยลดความรุนแรงของภูมิแพ้โดยยับยั้งการหลั่งของสารฮิสตามีน

นอกจากนี้องุ่นยังมีเรสเวอราทรอล (resveratrol) ซึ่งเป็นสารปฏิชีวนะธรรมชาติที่พืชสร้างขึ้นเพื่อต้านเชื้อรอหรือแบคทีเรีย เมื่อร่างกายได้รับสารนี้จะช่วยลดอาการอักเสบ ป้องกันโรคหัวใจเฉียบพลันและป้องกันโรคมะเร็งได้ โดยการชักนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งภายในร่างกาย และมีกรดเอลลาจิกที่เชื่อว่าป้องกันมะเร็งได้ ส่วนสารฟลาโวนอยด์ก็พบมากบริเวณเปลือกและเมล็ดองุ่น ปัจจุบันหลายประเทศจึงมีการนำสารสกัดเมล็ดองุ่น (grape seed extract) และน้ำมันเมล็ดองุ่น (grape seed oil) ไปใช้เป็นส่วนผสมของยาอาหารเสริม และเครื่องสำอางกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้แล้วองุ่นยังมีวิตามินซี โพแทสเซียม และเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำอย่างเพกตินช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยเรื่องการขับถ่ายด้วย

องุ่นมีทั้งพันธุ์ที่มีเมล็ดและไร้เมล็ด ซึ่งนอกจากจะกินสดแล้ว “ลูกเกด (raisin)” หรือผลองุ่นไร้เมล็ดตากแห้ง ก็เป็นผลิตภัณฑ์จากองุ่นที่นิยมกินกันมาก โดยในขั้นตอนการผลิตนั้น น้ำในผลสดขององุ่นจะถูกระเหยออกไป ลูกเกดจึงมีรสชาติเข้มข้น ค่อนข้างหวานและเก็บไว้ได้นาน แต่ก็เป็นการทำให้สูญเสียสารฟลาโวนอยด์และวิตามินซีไป ขณะเดียวกันลูกเกดก็มีธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูงกว่าองุ่นสดในปริมาณเท่ากัน

“ไวน์” ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผลองุ่นก็เป็นเครื่องดื่มที่นิยมกันทั่วโลก โดยเชื่อว่าการดื่มไวน์แดงในปริมาณพอเหมาะเป็นประจำ จะลดโอกาสในการเป็นโรคหัวใจและโรคมะเร็งได้ ไวน์ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เฟรนช์พาราด็อกซ์ (French paradox)” ขึ้น เนื่องจากผลการศึกษาถึงอุบัติการณ์ของโรคหลอดเลือดหัวใจและอัตราการตายที่เกิดจากโรคนี้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก พบว่าคนในประเทศฝรั่งเศษมีระดับไขมันในเลือดสูง แต่อัตราการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจต่ำมาก และตั้งข้อสังเกตว่าคนในเมืองนี้ดื่มไวน์กันเป็นประจำ ผู้ศึกษาจึงสันนิษฐานว่าคงจะเป็นผลจากการดื่มไวน์นั่นเอง ปรากฏการณ์เฟรนช์พาราด็อกซ์ จึงถูกนำไปอ้างอิงในการโฆษณาขายไวน์กันอย่างกว้างขวาง แต่ก็มีนักวิชาการกล่าวแย้งว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นเพียงการศึกษาโดยการสังเกตเท่านั้น ยังไม่เป็นข้อสรุปที่เหมาะสม

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง