หญ้าพันงูเขียว

ชื่อวงศ์ : VERBENACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Stachytarpheta jamaicensis (L.) Vahl

ชื่อพ้อง : Stachytarpheta indica (L.) Vahl

ชื่อสามัญ : –

ชื่อพื้นเมืองอื่น : ลังถึ่งดุ้ก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; หญ้าหนวดเสือ (ภาคเหนือ) ; เดือยงู, พระอินทร์โปรย (ชุมพร) ; พันงูเขียว, สารพัดพิษ, สี่บาท (ภาคกลาง) ; เจ๊กจับกบ (ตราด) ; หญ้าหางงู (ภาคใต้)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้พุ่มขนาดเล็ก (US) ลำต้นจะมีความสูงประมาณ 50-100 ซม. แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีเขียวเข็มอวบฉ่ำน้ำ

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะใบรูปไข่ ปลายใบสอบเรียวและแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย สีเขียวเข้ม โคนใบสอบแหลม ตรงกลางใบจะกว้างกว่าตรงปลายและโคนใบ เนื้อใบบางแต่ดูฉ่ำน้ำ บนท้องใบมีเส้นแขนงใบมองเห็นชัดเจน

ดอก ออกดอกตรงปลายยอด ดอกเล็กบานเป็นกลีบสีน้ำเงินม่วง บนก้านช่อที่ออกปลายกิ่ง ซึ่งเป็นแท่งทรงกลมเท่ากับกิ่งก้านสาขายาวประมาณ 5-10 นิ้ว ผิวมีลักษณะเหมือนเกล็ดห่าง ๆ คล้ายหางงู

นิเวศวิทยา

พบตามพื้นที่ราบทั่ว ๆ ไป นิยมปลูกตามบ้านเพื่อเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือนหรือสวนสาธารณะ

การปลูกและขยายพันธุ์

เป็นไม้กลางแจ้ง ที่ปลูกได้ในดินทุกสภาพ ส่วนใหญ่ปลูกเป็นแปลงแบบยกร่อง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ทั้งต้น รสเค็มเล็กน้อย แก้ไข้ ขับเหงื่อ ขับล้างพิษในระบบทางเดินปัสสาวะ ดับพิษต่าง ๆ แก้อักเสบต่าง ๆ แก้โรคหนองใน หรือแก้พิษอักเสบปวดบวม

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • แก้พิษอักเสบ ปวดบวม โดยใช้ต้นสด 10-15 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด นำมาโขลกให้ละเอียด ผสมเหล้าโรงเล็กน้อย นำมาทาและพอกบริเวณที่เป็น เช้า-เย็น
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง