สัก

ชื่อวงศ์ : LABIATAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tectona grandis L.f.

ชื่อสามัญ : Teak

ชื่อพื้นเมืองอื่น : เคาะเยียโอ (ละว้า-เชียงใหม่) ; ปายี้ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ; ปีฮี, ปีฮือ, เป็อยี (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; เส่บายี้ (กะเหรี่ยง-กำแพงเพชร) ; สัก (ทั่วไป)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ต้น (T) ลักษณะลำต้นตั้งตรง ขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขา เนื้อไม้มีลายเสี้ยนสวยงาม ชุ่มน้ำมัน

ใบ เป็นพืชใบเดี่ยว เรียงสลับออกตรงข้ามกัน ลักษณะใบรีรูปทรงกลม ขอบใบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบแหลม โคนใบสอบเรียว ผิวใบสีเขียวเข้ม หนา และมีขนสากคาย เส้นแขนงใบมองเห็นชัดเจน

ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ และมีขนคลุม

นิเวศวิทยา

ขึ้นตามพื้นที่ป่าเบญจพรรณทั่วไปทางภาคเหนือ ของประเทศไทยสามารถปลูกได้ทั่วประเทศ

การปลูกและขยายพันธุ์

เจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วไป เป็นไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

แก่นหรือเนื้อไม้ รสร้อนขมเมา หรือรสเผ็ดสุขุม ใช้ในการฆ่าพยาธิผิวหนัง ขับพยาธิ บำรุงโลหิต แก้ไอ ขับลม ขับปัสสาวะ แก้บวม ขับลมในกระดูก คุมธาตุ แก้อ่อนเพลีย และแก้ไข้

ใบ รสฝาดเฝื่อน แก้เบาหวาน แก้พิษเสมหะและโลหิต แก้ระดูไม่ปกติ ต้มเอาน้ำอมแก้อาการเจ็บคอ

ดอก รสจืด แก้ระบบทางเดินปัสสาวะ

เปลือกต้น รสฝาดเฝื่อน ใช้ในการสมานแผล

วิธีและปริมาณที่ใช้

  1. บำรุงโลหิต ขับลม แก้อ่อนเพลีย โดยใช้แก่นหรือเนื้อไม้ 30-50 กรัม ต้มในน้ำเดือด 1 ลิตร เคี่ยวให้เหลือครึ่งหนึ่ง กรองเอาน้ำดื่ม วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น
  2. แก้เจ็บคอ ขับเสมหะ โดยใช้ใบสด 1-2 ใบ ล้างให้สะอาดแล้วต้มในน้ำ 500 ซีซี ประมาณ 15 นาที กรองเอาน้ำอมกลั้วคอวันละ 2-3 ครั้ง
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง