สะตอ (Petai)

สะตอ

สะตอ ผักพื้นบ้านอันเป็นลักษณ์ของชาวใต้ ที่คนภาคอื่น ๆ ได้ลองลิ้มแล้วบางคนอาจติดใจ หรือบางคนอาจรับไม่ได้กับเมล็ดที่มีกลิ่นฉุนแรงเฉพาะตัว สะตอแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ สะตอข้าวและสะตอดาน สะตอข้าวลักษณะฝักบิดเป็นเกลียว ฝักสั้นกว่าสะตอดาน เมล็ดมีรสมัน สะตอดานจะมีฝักตรง จึงเปรียบว่าเหมือนแผ่นกระดาน เมล็ดมีเนื้อแน่นและกลิ่นฉุนกว่าสะตอข้าว ให้ผลผลิตมากในฤดูฝน

สะตอสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสะตอผัดกุ้ง สะตอผัดกะปิ กินสดเป็นผักเหนาะ แปรรูปเป็นสะตอดอง หรือนำไปเผาทั้งฝักที่ชาวใต้เรียกว่า “ตอหมก” กินแกล้มกับน้ำพริกหรือแกงรสจัดของทางใต้ก็เข้ากันดี การกินสะตอในปริมาณ 100 กรัม ร่างกายจะได้รับพลังงานสูงถึง 130 กิโลแคลอรี ซึ่งนับว่ามากเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่นในปริมาณเดียวกันนี้ แต่สารอาหารที่พ่วงมาด้วยก็คือ แคลเซียม 76 มิลลิกรัมและฟอสฟอรัส 83 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงให้กระดูกและฟันแข็งแรง ธาตุเหล็ก 0.7 มิลลิกรัม ช่วยบำรุงเลือด และวิตามินซี 6 มิลลิกรัม ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

สรรพคุณทางยาของสะตอก็เช่น ช่วยให้เจริญอาหาร ลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงป้องกันโรคเบาหวาน เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ ขับลม แก้อาการปัสสาวะกะปริดกะปรอย ลดความดันโลหิต และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นโรคเกาต์ไม่ควรกินสะตอ เนื่องจากมีกรดยูริกค่อนข้างสูง อาจไปสะสมตามข้อต่าง ๆ จนทำให้เกิดอาการอักเสบ

เป็นที่รู้โดยทั่วกันว่า การกินสะตอจะทำให้มีกลิ่นปาก รวมถึงปัสสาวะและอุจจาระมีกลิ่นฉุนแรง วิธีลดกลิ่นปากก็คือ ให้กินแตงกวาหรือเคี้ยวใบอ่อนฝรั่งตามเข้าไปหลังจากกินสะตอ และก่อนนำไปปรุงอาหาร ให้ลวกสะตอด้วยน้ำร้อนแล้วล้างน้ำอีกรอบ ก็จะช่วยลดกลิ่นฉุนของสะตอลงได้

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง