สะค้าน

ชื่อวงศ์ : PIPERACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper interruptum Opiz

ชื่อสามัญ : –

ชื่อพื้นเมืองอื่น : จะค้าน, สะค้าน (ภาคเหนือ)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้เถา (C) ขนาดกลาง ลักษณะเถากลมเลื้อย พาดพันต้นไม้อื่น เถาอ่อนสีเขียว เถาแก่สีน้ำตาลเทา เนื้อในเถามีหน้าตัดเป็นเส้นรัศมี สีขาว เปลือกค่อนข้างอ่อน

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะใบรูปรีแกมรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบคล้ายใบรางจืด ผิวใบเรียบและเป็นมันทั้งสองด้าน ใบมีสีเขียวสด ใบกว้าง 2 นิ้ว ยาวประมาณ 3-5 นิ้ว

ดอก มีขนาดเล็ก ออกเป็นกระจุกตามซอกใบ

ผล ลักษณะกลมติดเป็นพวง 10-15 ผล สีเขียว เมื่อแก่จะมีสีดำและมีเมล็ดด้วย

นิเวศวิทยา

พบตามที่รกร้างและป่าราบทั่วทุกภาคของประเทศไทย จะพบมากที่สุดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิยมปลูกเป็นผักสวนครัวหรือปลูกให้เลื้อยเป็นซุ้มข้างบ้าน

การปลูกและขยายพันธุ์

สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศร้อนชื้น หรือในที่มีอากาศอบอุ่น ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด กับการปักชำกิ่งหรือตอนกิ่ง รดน้ำให้ชุ่มเฉพาะในระยะแรกที่ปลูกเท่านั้น

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ราก รสเผ็ดร้อน แก้ไข้ แก้หืด แก้จุกเสียด และบำรุงธาตุ

เถา รสเผ็ดร้อน แก้ไข้ แก้หืด ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ แก้จุกเสียด

ใบ รสเผ็ดร้อน แก้ลมในกองเสมหะ และโลหิต ขับลมในลำไส้ แก้แน่นจุกเสียด แก้ธาตุพิการ

ผล รสเผ็ดร้อนอ่อน ๆ แก้ลมแน่นในทรวงอก บำรุงธาตุ

ดอก รสเผ็ดร้อน แก้ลมอัมพฤกษ์ แก้ลมปัตคาดอันเนื่องมาจากพิษพรรดึก

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • แก้ไข้และขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ โดยใช้เถาสดความยาว 1 คืบ หรือประมาณ 50-70 กรัม ฝานเป็นแว่นตากแดดให้แห้ง นำมาต้มในน้ำเดือด 500 ซีซี ประมาณ 10-15 นาที กรองเอาน้ำดื่มวันละ 2-3 เวลาก่อนอาหาร

ข้อควรทราบ

  • ประชาชนทางภาคเหนือนิยมใช้เถาใส่แกงแค เพราะถือเป็นเครื่องชูรา โดยลอกเปลือกออกแล้วหั่นแฉลบเป็นแว่น ๆ ใส่แกงขนุนอ่อน ส่วนใบอ่อนรับประทานเป็นผักแกล้มกับอาหารประเภทลาบ
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง