มะเขือพวง (Pea Eggplant)

มะเขือพวง

มะเขือพวงเป็นไม้พุ่มเตี้ย ใบและลำต้นมีขนเล็ก ๆ ดอกมีขนาดเล็กสีขาวหรือม่วง เกสรสีเหลือง ผลออกเป็นช่อ ผลลักษณะทรงกลมเปลือกผลหนา ผิวเปลือกเรียบ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ให้ผลผลิตมากในฤดูฝน ผลอ่อนมะเขือพวงมีรสฝาดปนขมเล็กน้อย มักเด็ดใส่น้ำพริก กินสดคู่กับลาบ ส้มตำ ผัดเผ็ด หรือใส่ในแกงต่าง ๆ

มะเขือพวงเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูง คือในปริมาณ 100 กรัม จะมีเส้นใยอาหาร 6.1 กรัม ประกอบด้วนเพกทิน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด มีแคลเซียม 158 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 7.1 มิลลิกรัม และมีไนอะซินหรือวิตามินบี 3 ซึ่งมีส่วนช่วยในการเผาผลาญสารอาหารและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ 2.6 มิลลิกรัม

สรรพคุณทางยาของมะเขือพวง ได้แก่ แก้ไอ ขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน ช่วยให้เลือดไหวเวียนดี ในมะเขือพวงมีสารซาโปนิน (Saponin) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมี (Phytonutrient) ที่ช่วยกำจัดสารพิษในทางเดินอาหาร กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และทำให้มะเขือพวงมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ อีกทั้งมะเขือพวงยังมีสารอัลคาลอยด์ ชื่อว่าโซลาโซดีน (Solasodine) ซึ่งมีประสิทธิภาพยับยั้งการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ อันเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็ง แต่ถึงจะมีสรรพคุณมาก ก็ไม่ควรกินสดติดต่อกันเป็นประจำ เพราะอาจทำให้สารอัลคาลอยด์สะสมที่ตับ

พีชสกุลมะเขือยังมีสารอัลคาลอยด์อื่น เช่น โซลานีน (Solanine) สารที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลของแคลเซียมในร่างกาย คนที่กินพืชสกุลมะเขือจึงควรกินอาหารจำพวกนมเนยด้วย และผู้ป่วยโรคไขข้อไม่ควรกินพืชสกุลนี้ ส่วนคนที่ไวต่อโซลานีนจะมีอาหารอาเจียน ท้องเสีย หรือปวดหัว สารอีก 2 ชนิดคือ โซลาโซนีน (Solasonine) และ โซลาจีน (Solamagine) ผู้ที่ไวต่อสารนี้จะมีอาการของระบบทางเดินอาหารและระบบประสาท ดังนั้น การปรุงสุกด้วยความร้อนจะช่วยลดอาการแพ้สารอัลคาลอยด์ได้

นอกจากผลแล้ว ส่วนอื่น ๆ ของมะเขือพวงก็มีประโยชน์ทางยาไม่น้อย เช่น ใบช่วยห้ามเลือด แก้ปวด ขับปัสสาวะ และขับเหงื่อ ลำต้นช่วยย่อยอาหาร ขับเสมหะ และแก้ปวด ส่วนรากใช้เป็นยาจำพอกแก้เท้าแตก

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง