มะระขี้นก (Bitter Cucumber)

มะระที่เห็นกันอยู่ในท้องตลาดมี 2 ชนิด คือ มะระจีน หรือที่เรียกกันว่า มะระ เฉยๆ ผลเป็นทรงกระบอกยาว สีเขียวอ่อน ส่วนมะระขี้นกที่จะกล่าวถึงนี้มีผลรูปกระสวยป้อมสั้น ผิวผลขรุขระเป็นปุ่มยื่น ผลอ่อนสีเขียวเข้ม ผลแก่สีเหลืองส้มหรือส้มอมแดง

มะระขี้นกจะมีรสชาติที่ขมกว่ามะระจีน ด้วยรสขมจึงไม่นิยมกินเป็นผักสด ต้องผ่านกรรมวิธีลดความขมเสียก่อน วิธีลดความขมของมะระที่จะนำไปเป็นผักจิ้มน้ำพริกคือ ต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่เกลือประมาณหยิบมือ เอามะระลงลวกสักครู่ ถ้าใช้มะระปรุงอาหารผัด เช่นผัดกับไข่ ต้องนำไปต้มแล้วเทน้ำทิ้งหนึ่งครั้ง หรือขยำกับน้ำเกลือแล้วล้างออก ก็จะลดความขมลงได้

“หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ตามคำโบราณว่านั้นเป็นจริง รสขมในมะระขี้นกเกิดจากสารเคมีชื่อ โมโมดิซีน (Momodicine) มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นให้รู้สึกอยากอาหาร และช่วยให้น้ำย่อยกระเพาะอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะระขี้นกจึงมีสรรพคุณเป็นเหมือนยาเจริญอาหาร และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ เหมาะสำหรับผู้มีอาการท้องผูกเป็นประจำ น้ำคั้นจากผลมะระขี้นกมีสรรพคุณช่วยฟอกเลือดกระตุ้นการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยลดน้ำตาลในเลือดและเพิ่มอินซูลินตามธรรมชาติให้กับร่างกายน้ำมะระคั้นจึงเหมาะที่จะเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

สรรพคุณของมะระขี้นกในตำรายาไทยคือ ผลสดที่นำมาเป็นผักจิ้ม ประกอบอาหารต้ม แกง จะช่วยให้เจริญอาหาร ผลตากแห้งชงน้ำดื่มแทนชา ใช้รักษาโรคเบาหวาน น้ำคั้นจากผลหรือผลต้มเอาแต่น้ำดื่ม มีสรรพคุณแก้ไข้ ผลสดตำพอกแผล แก้บวมปวด ผลแห้งบดเป็นผง ใช้โรยแผลแก้คัน หรือทำเป็นขี้ผึ้งทาแก้หิดหรือโรคผิวหนัง ผลสุกคั้นเอาแต่น้ำใช้ทาหน้าแก้สิวอักเสบ สตรีที่มีอาการตกขาวให้ใช้ผลแก่ 10 ผล โขลกทั้งผลให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำผสมเหล้าขาว 3 ช้อนชา ดื่มวันละครั้ง

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง