มะปราง

ชื่อวงศ์ : ANACARDIACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bouea macrophylla Griff.

ชื่อสามัญ : Plum mango

ชื่อพื้นเมืองอื่น : มะปราง (ปัตตานี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ต้น (T) มีความสูงได้ถึง 20 เมตร ลำต้นและเรือนยอดเป็นพุ่มทึบ รูปกลม ผิวเปลือกลำต้นค่อนข้างขรุขระ เป็นร่องสีเทาอมน้ำตาลอ่อน

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ลักษณะใบรูปใบหอกหรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่ง โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว ใบมีสีเขียว

ดอก ออกเป็นช่อกระจาย ลักษณะดอกสีเหลือง มีขนาดเล็ก และมักจะอยู่ข้างหลังใบกลีบรองดอก และกลีบดอกมี 3-5 กลีบ

ผล ลักษณะผลเป็นรูปยาวรี ยาวประมาณ 1.5-2 นิ้ว เปลือกผลเรียบเกลี้ยงเป็นมัน ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อผลแก่หรือสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงสีส้ม ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด เป็นรูปยาวรี

นิเวศวิทยา

เป็นพันธุ์ไม้ที่ขึ้นในป่าดงดิบ และปลูกเป็นไม้ผล ปลูกมากในทางภาคใต้ของประเทศไทย

การปลูกและขยายพันธุ์

เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบอาการร้อนชื้น เจริบเติบโตได้ดีในดินทั่วไปทุกสภาพ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือการตอนกิ่ง

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ผล รสเปรี้ยวหวาน รับประทานเป็นผลไม้ตามฤดูได้ แก้เสมหะ กัดเสมหะในลำคอ แก้น้ำเหนียว ฟอกโลหิต แก้เสลดหางวัว

ราก รสจืดเย็น เป็นยาถอนพิษไข้ พิษสำแดง แก้ไข้กลับ ไข้ซ้ำ และไข้มีพิษร้อน

ใบ รสจืดเฝื่อน โขลกพอกศีรษะ ลดอาการปวด

วิธีและปริมาณที่ใช้

  1. แก้ไข้ ถอนพิษไข้ พิษสำแดง โดยใช้รากสด 20-30 กรัม ล้างให้สะอาด สับเป็นชิ้นต้มในน้ำเดือด 1 ลิตร เคี่ยวให้เหลือครึ่งหนึ่ง กรองเอาน้ำดื่มวันละ 2-3 เวลา
  2. แก้ปวดศีรษะ โดยใช้ใบสด 10-15 กรัม ล้างให้สะอาด นำมาโขลกให้ละเอียดอาจจะผสมเหล้าโรงเล็กน้อยก็ได้ ใช้พอกศีรษะบริเวณที่ปวด
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง