พลัม (Plum)

พลัม

พลัม ผลไม้เมืองหนาว รูปทรงกลมหรือกลมรี เปลือกบางเนื้อในสีเหลือง พลัมแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ พลัมยุโรปและพลัมญี่ปุ่น พลัมยุโรปจะมีผลขนาดเล็ก ฉ่ำน้ำน้อยกว่า และรสหวานกว่า นิยมนำไปทำพลัมแห้ง หรือที่รู้จักกันว่า พรุน ซึ่งพรุน 1 กิโลกรัม ต้องใช้พลัมสดน้ำหนักถึง 3.5 กิโลกรัม ส่วนพลัมญี่ปุ่นมีชื่อภาษาจีนที่เราคุ้นเคยกันมากกว่าก็คือ “ไหน” นั่นเอง โดยลูกไหนในบ้านเราที่เห็นวางขายกันบ่อย ๆ ก็คือลูกไหนสีแดงและสีม่วงเข้มจนเกือบดำ ลูกไหนมีคุณค่าทางอาหารคล้ายกับพลัมยุโรป แต่มักกินสดมากกว่านำมาแปรรูป

พลัมสดมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มากมายหลายชนิด เริ่มจากสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นรงควัตถุที่ทำให้ผักผลไม้มีสีแดงหรือม่วง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและโรคมะเร็ง มีวิตามินซีที่สำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก และวิตามินเอที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย บำรุงสุขภาพตาและป้องกันโรคต่าง ๆ เกี่ยวกับดวงตา เช่นโรคตาบอดกลางคืน

ส่วนพลัมแห้งหรือพรุนมีโพแทสเซียมและเหล็กเข้มข้นกว่าพลัมสด ความหวานของพรุนเกิดจากน้ำตาลธรรมชาติหลายชนิด มากกว่าหนึ่งในสามของพรุนเป็นน้ำตาล มีทั้งน้ำตาลฟรักโทสและกลูโคส เมื่อกินพรุนร่างกายจึงได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหารทั้งชนิดละลายน้ำและชนิดไม่ละลายน้ำ จึงช่วยเพิ่มกากใยอาหารในลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ มีสรรพคุณเหมือนยาระบายอ่อน ๆ ทำให้ขับถ่ายคล่อง และป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อย่างดีเยี่ยม ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักคงถูกใจไม่น้อยกับสรรพคุณของพรุน เพราะไม่มีไขมันและคอเลสเตอรอล อีกทั้งเส้นใยอาหารยังช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นาน จึงเป็นการลดปริมาณการกินอาหารหรือขนมขบเคี้ยวอย่างอื่นไปด้วย ในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มกินพรุนอาจมีอาการท้องอืดเล็กน้อย แต่แบคทีเรียภายในลำไส้จะค่อย ๆ ปรับตัว โดยการสร้างเอนไซม์ย่อยเส้นใยมากขึ้น

แม้พลัมสดจะไม่มีวางจำหน่ายแพร่หลายนัก แต่พลัมแห้งหรือพรุนกลับเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมสนใจและหาซื้อง่ายในบ้านเรา หรือบางท่านอาจสนใจน้ำพรุนสกัด แต่มีข้อควรระวังคือ น้ำพรุนมีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยโรคไตระยะหลังไม่ควรดื่ม และเนื่องจากพรุนมีสรรพคุณในการช่วยระบาย จึงไม่ควรดื่มมาก เพราะอาจเกิดอาการท้องเสียได้ในบางคน

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง