พริกไทย (Pepper) ประโยชน์และสรรพคุณ

พริกไทย (Pepper)

พริกไทย

พริกไทยเป็นไม้เลื้อย ในวงศ์ Piperaceae เช่นเดียวกับชะพลู จึงมีลักษณะต้นและใบคล้ายกัน พริกไทยออกผลเป็นช่อทรงกระบอกยาว 7-15 เซนติเมตร ผลกลม ๆ ขนาดเล็กจะอัดแน่นอยู่บนช่อดอก เปลือกผลมีสีเขียวอ่อนและเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองและแดง เมล็ดที่อยู่ภายในแต่ละผลก็จะแข็งขึ้นตามความแก่ของผล

ความเผ็ดร้อนและกลิ่น ที่เป็นจุดเด่นส่งให้พริกไทยกลายเป็นราชาแห่งเครื่องเทศของโลกนั้น เกิดจากสารกลุ่มอัลคาลอยด์ ที่มีชื่อว่า ไพเพอรีน (Piperine) ซึ่งเป็นต้นเหตุให้จามเวลาเหยาะพริกไทยป่น เพราะก่อความระคายเคืองต่อปลายประสาทในเยื่อบุโพรงจมูก แต่สารชนิดนี้ก็มีประโยชน์มากมาย เช่น ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ รักษาโรคลมบ้าหมู เพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกายและรักษาโรคด่างขาว ซึ่งเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากความเสียหายของเซลล์สร้างเม็ดสีผิว ทั้งนี้ ผลพริกไทยแก่จะมีสารไพเพอรีนมากกว่าพริกไทยอ่อน

แม่ครัวนิยมนำพริกไทยอ่อนมาตำใส่น้ำพริก ใส่ในแกงเผ็ดหรือแกงป่า หรือผัดกับเนื้อสัตว์เพื่อช่วยดับกลิ่นคาว แถมยังเพิ่มกลิ่นรสและสีสันให้อาหารได้เป็นอย่างดี โดยจะใส่ทั้งพวงหรือรูดเอาก้านออกก่อนก็ได้ ส่วนคุณค่าด้านโภชนาการจากพริกไทยอ่อน ก็มีมากไม่แพ้ผักชนิดอื่น เพราะในพริกไทยอ่อน 100 กรัม มีแคลเซียมมากถึง 152 มิลลิกรัม มีฟอสฟอรัส 23 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 3.1 มิลลิกรัม และวิตามินซี 14 มิลลิกรัม

สรรพคุณทางยาของพริกไทยอ่อน ก็เป็นที่รู้จักกันดีตั้งแต่สมัยโบราณว่า ช่วยลดอาการปวดหัว ปวดข้อ ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ลดความร้อนในร่างกาย ขับปัสสาวะ ช่วยให้เจริญอาหาร และที่สำคัญคือช่วยย่อยอาหารและกระตุ้นการทำงานของกระเพาะ จึงส่งผลให้ไม่รู้สึกอึดอัดท้อง หลังกินอาหารมื้อหนักที่เต็มไปด้วยเนื้อสัตว์หรือไขมัน ตามตำรายาจีนระบุว่าพริกไทยเป็นพืชที่เป็นหยาง คุณสมบัติร้อน หากกินมากเกินไปหรือบ่อยเกินไปอาจทำให้ตาลาย เวียนศีรษะ เกิดฝีหนองส่วนของม้าม กระเพาะ และปอดถูกทำลายได้ คนที่กินมากเกินไปหรือบ่อยเกินไป จะเกิดตาอักเสบได้ง่าย เจ็บคอบ่อย คอบวมอักเสบจึงไม่ควรกินพริกไทย ในปริมาณมาก ๆ และติดต่อกันนาน ๆ

ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดพริกไทยแก่ที่ทั่วโลกนิยมบริโภคก็คือพริกไทยขาวและพริกไทยดำ ความแตกต่างอยู่ที่ช่วงเวลาในการเก็บผลผลิตและการแปรรูป คือพริกไทยดำจะได้จากการเก็บพริกไทยที่แก่เต็มที่แต่ยังไม่สุกมาตากแห้ง ส่วนพริกไทยขาวหรืออีกชื่อคือพริกไทยล่อน ได้จากการนำพริกไทยที่เริ่มสุก โคนช่อเริ่มมีผลสีแดง 3-4 ผล มาแช่น้ำ 7-14 วัน จากนั้นจึงนำไปเข้าเครื่องนวดและขัดเปลือกนอกออก แล้วนำไปตากแห้ง

แต่ในกระบวนการผลิตพริกไทยขาว อาจมีการเติมสารฟอกสีจำพวกคลอรีนเข้าไป เพื่อให้พริกไทยสีขาวสะอาดชวนกิน แต่สารดังกล่าวอาจทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง พริกไทยดำจึงเป็นทางเลือกที่น่าจะเป็นมิตรกับร่างกายมากกว่า แถมยังให้รสเผ็ดและกลิ่นหอมมากกว่า เพราะสารไพเพอรีนและสารสำคัญต่าง ๆ มีมากในเปลือก แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรกินพริกไทยดำในปริมาณมาก ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะสารอัลคาลอยด์ปริมาณมากก็อาจตกค้างและก่อโรคได้เช่นกัน

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง