พริกขี้หนู เร่งการเผาผลาญไขมัน

พริกขี้หนู

พริกขี้หนูเป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยคุ้นเคยกันดี นิยมนำเป็นส่วนประกอบอาหารคาวหลายชนิด เพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนให้อาหารจานนั้น ๆ นอกจากพริกขี้หนูจะให้กลิ่นหอมและรสชาติที่จัดจ้านพริกขี้หนูยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายด้วย

สารอาหารสำคัญในพริกขี้หนู

พริกขี้หนูมีสารอาหารที่สำคัญ ได้แก่ แคโรทีน (โปรวิตามินเอ) วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม วิตามินบีคอมเพล็กซ์ สังกะสี ซีลีเนียม เป็นต้น ส่วนสารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ดร้อน เรียกว่า Capsaicin (แคปไซซิน) ซึ่งนักวิจัยนำสารตัวนี้มาวิจัยเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ

ประโยชน์ของพริกขี้หนูต่อสุขภาพ

ผลวิจัยพบสารแคปไซซินในพริกขี้หนู ซึ่งทำให้เกิดความเผ็ดร้อน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางยา ลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดระดับคอเลสเตอรอลได้ นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาสารสกัดจากแคปไซซินไปทำเจลพริก เพื่อใช้ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดปลายมือปลายเท้า ปวดข้อเข่า แก้ปวดหลังปวดเอว แก้บวม เคล็ดขัดยอก ช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต จึงช่วยลดอาการมือเท้าเย็น อันเป็นผลจากการไหลเวียนโลหิตไม่ดี

ในทางตำรับยาไทยพริกมีสรรพคุณแก้ลมจุกเสียด แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ ช่วยในการเจริญอาหาร ขับเหงื่อ บำรุงธาตุไฟ แก้ปวดหลังปวดเอว แก้บวม เคล็ดขัดยอก แก้ไข้หวัด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้หัวใจทำงานสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น

ข้อมูลเนื้อหาเพิ่มเติม..(พริก)

นอกจากนี้นักวิจัยชื่อ คริสโตเฟอร์ ฮอบบ์ ได้รายงานว่า พริกช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ส่งผลให้ลดน้ำหนักตัวได้ สารสกัดจากพริก ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน การใช้พลังงานของร่างกาย โดยสารที่ทำให้รู้สึกเผ็ดร้อนหรือปวดแสบปวดร้อนเมื่อสัมผัสอย่างแคปไซซิน (Capsaicin) ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกายและเผาผลาญไขมันในร่างกายมากขึ้น

ปัจจุบันเราสามารถหารับประทานพริกได้ทั้งพริกสดและพริกแห้ง ซึ่งคนไทยนิยมรับประทานในอาหารคาว นอกจากนี้ยังมีรูปแบบ เจลและครีมที่ผลิตมาจากส่วนของพริกที่มีสารแคปไซซิน นิยมนำมาทาเพื่อบรรเทาอาการเคล็ดขัดยอก ปวดเมื่อย ในต่างประเทศพริกยังถูกนำมาเป็นอาหารเสริมแบบแคปซูลที่นิยมรับประทาน แก้ปวด ลดอาการคันบนผิวหนังซึ่งรับประทาน 500-1000 มิลลิกรัมต่อวัน

ผลข้างเคียง

การรับประทานพริกจะทำให้ร่างกายขับเหงื่อมาก และเผ็ดร้อน ผู้มีอาการภูมิแพ้และสตรีให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยง สตรีมีครรภ์ควรบริโภคในปริมาณแต่พอดี ส่วนเจลทาภายนอก ทำให้อาการแสบร้อนที่ผิวหนัง ควรระวังอย่าทาบริเวณใบหน้า

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง