พริกขี้หนู ทาแก้ปวด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Capsicum frutescens (L.)

ชื่อวงศ์ : Solanaceae

พริกขี้หนู เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตร มีใบขนาดเล็ก ปลายใบแหลม ใบมีสีเขียว ออกดอกสีขาว ผลกลมเรียวยาว ปลายใบแหลม เมื่อดิบมีสีเขียว พอแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม พอแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ผลดิบให้รสชาติเผ็ดร้อนกว่าผลสุก นิยมปลูกกันตามบ้านเรือนเป็นพืชผักสวนครัว เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อนของพริกขี้หนู จึงนิยมใช้เพิ่มรสชาติของอาหารมากกว่าจะกินเพื่อหวังผลด้านโภชนาการ เพาะการจะกินพริกขี้หนูสัก 100 กรัม เพื่อให้ได้คุณค่าทางสารอาหารคงทำให้ลำบากไม่น้อย ในด้านของพืชสมุนไพร ใช้ส่วนผลและยอดอ่อนมาทำยา

สรรพคุณทางสมุนไพร

ยอดอ่อน เลือกยอดที่เพิ่งแตกใหม่ๆ มาลวกกับน้ำร้อนกินเป็นผักแกล้มหรือประกอบอาหาร มีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร ขับลมในกระเพาะและลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร

ผลสด ใช้เป็นเครื่องปรุงเพิ่มรสชาติ มีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร ขับปัสสาวะ เป็นยาร้อน ช่วยเพิ่มอุณหภูมิให้ร่างกาย ช่วยขับเหงื่อ ทำให้เลือดลมเดินเป็นปกติ ลดอาการปวดบวมตามข้ออันเนื่องมาจากโดนกระแทก หรืออากาศหนาวเย็น

ขี้ผึ้งผสมพริกขี้หนูแก้ปวดบวม

เลือกพริกขี้หนูดิบสีเขียวมาล้างน้ำให้สะอาด ขูดเอาเมล็ดออก ให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นเปลือกสีเขียว นำไปผึ่งลมให้แห้ง จากนั้นบดเป็นผงผสมกับขี้ผึ้ง โดยแบ่งเป็น 1 ต่อ 5 ส่วน เก็บใส่กระปุกไว้ใช้ได้นาน ใช้ทาบริเวณข้อที่ปวดบวมและอักเสบ ออกฤทธิ์แสบร้อน ช่วยละลายเลือดที่คั่งและจับตัวเป็นก้อนแข็งใต้ผิวหนัง มีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดบวม เพราะในพริกขี้หนูมีสารที่ชื่อว่า แคปไซซิน มีสรรพคุณป้องกันการอักเสบของเนื้อเยื่อ จึงช่วยป้องกันการอักเสบ ลดอาการปวดบวมตามข้อ หรือบริเวณที่ถูกกระแทก

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง