พญาไร้ใบ

พญาไร้ใบ

ชื่อวงศ์ : EUPHORBIACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Euphorbia tirucalli L.

ชื่อสามัญ : –

ชื่อพื้นเมืองอื่น : เคียะจีน, พญาร้อยใบ, พญาไร้ใบ (เชียงใหม่) ; เคียะเทียน (ภาคเหนือ)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้พุ่มขนาดเล็ก (ExST) ไร้ใบ ไม่มีหนาม มีน้ำยางมาก อวบน้ำ ลำต้นและกิ่งก้านกลมสีเขียวอมน้ำตาล สูงประมาณ 3-7 เมตร ปลูกไว้นาน ๆ จะแตกกิ่งก้านหนาทึบเป็นพุ่มเขียวเข้ม กิ่งทรงกระบอกขนาดเท่านิ้วมือ

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตามกิ่งก้านอ่อนและยอดก้านใบเล็ก ๆ ไม่มากนัก ลักษณะใบรูปแคบยาวแกมขอบขนาน ปลายใบมน สังเกตเหมือนไม่มีใบ จึงมีชื่อเรียกว่า “พญาไร้ใบ” แต่ความจริงแล้วมีใบเล็ก ๆ และจะร่วงหลุดไปง่าย ๆ เมื่อกิ่งก้านแก่มาก ๆ มีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนม

ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อรูปถ้วย ตามข้อหรือปลายกิ่ง ใบประดับเป็นรูปโล่ถ้วย ดอกสีขาวอมเหลืองอ่อนมีขนปกคลุม และมีต่อมรูปวงรี

ผล ขนาดเล็ก ๆ มี 3 พู มีขนสีน้ำตาล ผลเป็นผลแห้งแตกได้

เมล็ด ลักษณะรูปไข่ ผิวเรียบ

นิเวศวิทยา

มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่แอฟริกา ขึ้นตามป่าเบญจพรรณและปลูกทั่วไป

การปลูกและขยายพันธุ์

เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท เป็นไม้กลางแจ้งทนแดดได้ดี ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือปักกิ่งชำ โดยใช้ตัดกิ่งก้านปักชำ โดยในตอนแรกเอาไว้ในที่ร่มก่อน

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ใบและราก รสเฝื่อน โขลกพอกแก้ริดสีดวงทวาร

ราก รสเฝื่อน ต้มดื่มแก้ธาตุพิการ ระบายท้อง ต้มกับน้ำมะพร้าวทาแก้ปวดท้อง

ต้น รสเฝื่อน ต้มเอาน้ำดื่มแก้ปวดท้อง แก้กระเพาะอาหารอักเสบ โขลกพอกแก้กระดูกเดาะ แก้ปวดบวม

ยาง รสเมาเบื่อร้อน มีพิษมาก ใช้กัดหูด ทาแก้ปวดข้อ ใช้เป็นยาแก้พยาธิของเด็ก โดยใช้ปลาขอดเกล็ดล้างให้สะอาด แล้วเอายางทาให้ทั่วตัวปลา เอาปลาย่างไฟจนสุก แล้วให้เด็กรับประทานเนื้อปลาที่สุกก็จะหายจากโรคพุงโร หรือตานขโมยได้ เนื่องจากพยาธิในท้อง

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • กัดหูด ตามร่างกาย โดยใช้ยางสดสีขาวที่เกิดจากการหักกิ่งก้านของลำต้น นำมาทาบริเวณที่เป็นวันละ 2 เวลา เช้า-เย็น เป็นประจำจนกว่าจะหายขาด
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง