ผำ (Water Meal)

ผำมีชื่อภาษาไทยอีกหลายชื่อ โดยเรียกแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น ไข่ผำ ไข่น้ำ ไข่แหน หรือลูกผำ ผำมีลักษณะเป็นเม็ดกลมรี ขนาดประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร ถือเป็นพืชดอกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ผำไม่มีราก ไม่มีใบ และมีฟองอากาศแทรกอยู่ตรงกลาง จึงลอยอยู่บนผิวน้ำ

คนในเมืองใหญ่ไม่ค่อยได้เห็นผำบ่อยนัก เพราะผำจะเจริญเติบโตได้เฉพาะแหล่งน้ำนิ่งที่สะอาดเท่านั้น ผำยังช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำและเป็นอาหารของสัตว์น้ำด้วย พื้นที่ที่พบผำไม่ได้มีแค่ในบ้านเราเท่านั้น ยังพบได้ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและลาวรวมถึงประเทศในทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกาด้วย ความเคี้ยวกรุบและรสมันของผำ ทำให้ถูกนำไปปรุงเป็นอาหารจานเด็ดหลายอย่าง เช่น ไข่เจียวผำ คั่วผำ อ่อม หรือส้มตำ ซึ่งเอกลักษณ์ของผำคือจะมีกลิ่นคาวเล็กน้อย ในการปรุงจึงมักใส่ผักที่มีกลิ่นหอมลงไปด้วย เพื่อช่วยดับกลิ่น เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หรือใบส้มซ่า

ผำเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีไม่แพ้ถั่วเหลือง คือมีโปรตีนประมาณร้อยละ 40 ของน้ำหนักแห้ง โดยประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นทุกชนิด ยกเว้นเมทไทโอนีน ซึ่งกรดอะมิโนคือหน่วยย่อยของโปรตีน มีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ผำยังมีแคลเซียมช่วยให้กระดูกแข็งแรง ธาตุเหล็กช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง เบตาแคโรทีนช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงสายตา และมีเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร

การกินผำควรปรุงให้สุก เพราะในผำดิบอาจมีสารที่ส่งผลเสียต่อการดูดซึมสารอาหาร และการนำผำมาประกอบอาหาร ต้องล้างเอาสิ่งสกปรกที่ติดมาออกก่อน โดยรองผำด้วยผ้าขาวบางแล้วเทน้ำผ่านส่วนการเลือกซื้อให้ได้ผำสดใหม่ก็ต้องเลือกดูที่มีสีเขียวสดไม่คล้ำ โดยปกติแล้วผำตามแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีมากในฤดูฝน แต่ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงเพื่อขายแล้ว และหากต้องการเก็บผำไว้กินหลายวันก็เพียงแค่ล้างให้สะอาด ใส่ไว้ในภาชนะปิดสนิท แล้วเก็บในตู้เย็น แต่ไม่ควรเก็บนานเกินไป เพราะผำจะสีคล้ำและมีกลิ่นคาวไม่น่ากิน

อ้างอิงรูปภาพประกอบ : http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2007/08/D5729870/D5729870.html

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง