ผักแว่น (Water Clover)

ผักแว่น

ผักแว่นเป็นเฟิร์นน้ำชนิดหนึ่ง พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ผักแว่นเป็นชื่อเรียกของคนภาคกลาง อีสาน และเหนือ ส่วนภาคใต้เรียกว่า ผักลิ้นปี่ มักขึ้นตามที่ดินชุ่มชื้นมีน้ำขัง อย่างริมตลิ่งหรือในนาข้าว ผักแว่นถือเป็นวัชพืชที่ในนาข้าวชนิดหนึ่ง ทำให้ต้นข้าวแคระแกร็นและผลผลิตต่ำลง แต่รสอร่อยของผักแว่นก็ทำให้ชาวนาหลายคนเปลี่ยนจากนาข้าวมาเป็นนาผักแว่น จนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะนอกจากจะให้ผลผลิตสูงแล้ว ยังดูแลง่ายกว่าการปลูกข้าวด้วย

ผักแว่นสืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศคือใช้สปอร์ และไม่อาศัยเพศคือใช้ไหลเลื้อย ลำต้นของผักแว่นมีขนาดเล็ก ทรงกลม ลำต้นอ่อนเปราะสีเขียว เมื่อลำต้นแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ต้นผักแว่นจะทอดเลื้อยขนานไปกับพื้น มีใบประกอบแบบพัด ประกอบด้วย 4 ใบย่อย ยอดอ่อนผักแว่นลักษณะม้วนงอเล็กน้อย มีรสหวานอ่อน ๆ แบบธรรมชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในฤดูฝนผักแว่นจะเจริญเติมโตงอกงามแตกยอดมากและรสชาติดีกว่าฤดูอื่น จะกินสดหรือนำไปนึ่งก็ได้รสอร่อยคนละแบบ มักกินแกล้มกัยอาหารรสจัดอย่างส้มตำ น้ำพริก ซุบหน่อไม้ ป่นปลาและป่นกุ้ง หรือใส่ในแกงเลียง แกงกะทิ ลาบ และแกงเห็ด ผักแว่นน้ำหนักปประมาณ 100 กรัม จะมีแคลเซียม 48 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 25.2 มิลลิกรัม และเส้นในอาหาร 3.3 กรัม ดีต่อทั้งกระดูก ระบบเลือด และระบบขับถ่าย ส่วนสรรพคุณทางยาของผักแว่นก็เช่น แก้เจ็บคอ สมานแผลในปากและลำคอ แก้ไข้ และแก้ร้อนในกระหายน้ำ

ด้วยลำต้นที่เลื้อยยาวของผักแว่น ทางภาคเหนือจึงมีความเชื่อแต่โบราณว่า สตรีมีครรภ์ไม่ควรกินผักแว่น เพราะจะทำให้รกพันคอเด็ก คลอดยาก ปวดท้องก่อนคลอดนาน และอาจคลอดก่อนกำหนด

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง