ผักแพว (Vietnamese Coriander)

ผักแพวเป็นพืชที่หาได้ง่าย มักชึ้นอยู่ตามริมน้ำ ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องคล้ายต้นไผ่ มีปลอกหุ้มเหนือข้อ ใบทรงรี ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบมันวาว มีดอกขนาดเล็ก สีชมพูอ่อนหรือชมพูอมม่วง ภาคอีสานเรียกผักแพวว่า ผักแพ้วหรือพริกม้า ภาคเหนือเรียก ผักไผ่ และภาคกลางเรียก ผักหอมจันทร์หรือจันทร์โฉม

ทุกส่วนของต้นผักแพวจะมีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว รสเผ็ดร้อนเล็กน้อย ยอดและใบอ่อนผักแพวเป็นผักที่ชาวเวียดนามบริโภคกันมากทั้งผัดกับหอยแมลงภู่และใส่ในปลาต้มเค็มเพื่อดับกลิ่นคาว ใส่ในเฝอ สลัด เปาะเปี๊ยะสด รวมถึงเมนูเด็ดที่ทำให้คนไทยติดอกติดใจอย่างแหนมเนือง และใช้โรยอาหารอีกหลากหลายเมนู ส่วนคนไทยก็ไม่น้อยหน้ากินผักแพวคู่กับลาบ ก้อย หรือน้ำพริก ขณะที่ก๋วยเตี๋ยวหลักซา (Laksa) ของชาวสิงค์โปร์ที่โด่งดังไปทั่ว ก็มีผักแพวเป็นตัวชูโรงเช่นกัน

ในผักแพวปริมาณ 1 ขีด จะมีแคลเซียม 191 มิลลิกรัม ช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูก ลดความเสี่ยงต่อสภาวะกระดูกพรุน มีฟอสฟอรัส 45 มิลลิกรัม ช่วยลดอาการเหนื่อยง่าย มีธาตุเหล็กซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดอยู่ 5.6 มิลลิกรัม และ เบตาแคโรทีน 3,718 ไมโครกรัม ช่วยต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ

ยอดและใบอ่อนผักแพวมีสรรพคุณขับปัสสาวะ ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และใช้คั้นผสมเหล้าทาผิวหนังแก้กลากเกลื้อน รากมีสรรพคุณแก้โรคกระเพาะ แก้ปวดเมื่อย แก้ท้องเฟ้อ ดอกก็ช่วยขับเหงื่อและรักษาโรคปอด ผักแพวจึงเป็นผักสวนครัวอีกชนิด ที่น่าจะปลูกไว้ใช้ประโยชน์ การปลูกผักแพวก็ไม่ยาก เพียงหักกิ่งมาปักชำลงดินก็สามารถขยายพันธุ์ได้แล้ว เพราะผัวแพวมีรากงอกอยู่ตามข้อ เพียงแต่ดินที่ปลูกต้องชื้นแฉะหรือมีแหล่งน้ำใกล้ๆ

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง