ผักหวานป่า

ผักหวานป่า

แม้จะมีชื่อคล้ายกันกับผักหวานบ้าน ด้วยความที่เป็นผักรสหวานกรอบคล้ายกัน แต่แท้ที่จริงแล้วในทางพฤกษศาสตร์ ผักทั้งสองชนิดนี้จัดอยู่คนละวงศ์กัน ผักหวานป่านี้เป็นไม้ยืนตัวขนาดใหญ่ มียอดสีเขียวอ่อน ใบเป็นมัน

อาหารจานเด็ดที่ผู้คนมักนึกถึงเมื่อเห็นผักหวานป่าก็คือ แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง เป็นที่รู้กันดีว่ารสหวานของผักหวานป่าเข้ากันได้ดีกับความเปรี้ยวมันของไข่มดแดง ซึ่งช่วงฤดูที่ไข่มดแดงมีขนาดใหญ่และเต่งตึง ประจวบเหมาะกับผักหวานป่าแตกยอดอ่อนมากก็คือช่วงฤดูร้อนนั่นเอง ผักหวานป่ายังนำไปผัดน้ำมันใส่ในแกงส้ม ยำ หรือลวกจิ้มน้ำพริกได้อีกด้วย

การกินผักหวานป่า 100 กรัม ร่างกายจะได้รับเส้นใยอาหาร 2.1 กรัม แคลเซียม 24 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 68 มิลลิกรัม และเบตาแคโรทีนสูงถึง 4,756 ไมโครกรัม ขณะที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้ทดลองแปรรูปและวิจัยชาผักหวานป่าพร้อมดื่มพบว่า ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าชาใบหม่อนและชาดอกคำฝอย ทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล มีสารคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง และมีโคเอนไซม์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างพลังงานของเซลล์ด้วย

ผักหวานป่ามีพืชที่ลักษณะคล้ายกันจนหลายคนสับสน คือต้นผักหวานเมาหรือต้นเสน ซึ่งเป็นพืชมีพิษ ทำให้เกิดอาการเบื่อเมาและอาจเสียชีวิตได้ วิธีสังเกตุคือ ผักหวานเมาจะมีผิวใบด้าน ใบสดเหนียวไม่กรอบเหมือนใบผักหวานป่า และช่อดอกไม่แตกกิ่งก้าน

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง