ผักติ้ว

ผักติ้ว

ผักติ้วหรือที่บางคนเรียกว่า ผักแต้ว มีอีกหลาย ๆ ชื่อ เช่น ติ้วขน ติ้วส้ม แต้วหอม หรือแต้วหิน เป็นไม้ยืนต้น พบได้ในป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของไทย ยอดและใบอ่อนของผักติ้วมีสีแดง ใบหนาเป็นมันเงา เนื้อใบกรอบ นำมากินเป็นผัก ให้รสเปรี้ยว ปนฝาด ทั้งกินกับพริก ลาบ หรือแหนมเนือง ใส่แดงเลียง แกงส้ม หรือต้มยำ โดยจะแตกยอดมากช่วงฤดูฝน ผักติ้วเป็นพืชที่เจริญเติบโตขยายพันธุ์ได้ไม่ยาก และไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงศัตรูพืช จึงไม่ต้องกังวลกับสารพิษตกค้าง

ในผักติ้วหนัก 100 กรัม จะมีเส้นใยอาหารอยู่ 1.4 กรัม ช่วยป้องกันอาการท้องทูก แคลเซียม 67 มิลลิกรัม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน ไนอะซิน 3.1 มิลลิกรัม มีบทบาทต่อกระบวนการเผาผลาญสารอาหารและการทำงานของระบบประสาท วิตามินซี 56 มิลลิกรัม ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กและช่วยให้แผลหายเร็ว ผักติ้วยังมีเบตาแคโรทีนและวิตามินเออยู่สูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและบำรุงสายตา นอกจากนี้ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังได้ทำการศึกษาวิจัยผักพื้นบ้านของไทยชนิดนี้แล้วพบว่า อาจช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งตับได้อีกด้วย

ดอกผักติ้วมีสีขาวหรือสีชมพูอ่อน ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ นำมากินเป็นผักได้เช่นเดียวกับยอดและใบอ่อน ไม้จากต้นผักติ้วก็ยังมีประโยชน์ไม่น้อย เพราะเนื้อไม้แข็ง จึงใช้ทำเสา ด้ามจอบเสียม หรือเผามาทำฟืน ส่วนสรรพคุณทางยาไทยนั้น ใช้รากผสมกับหัวแห้วหมูและรากปลาไหลเผือก ต้มเอาเฉพาะน้ำ ดื่มวันละ 3 มื้อ เพื่อขับปัสสาวะและแก้ปัสสาวะขัด รากและใบต้มน้ำดื่มแก้ปวดท้อง เปลือกต้นและใบตำผสมน้ำมันมะพร้าวทาแก้โรคผิวหนัง แม้แต่น้ำยางจากเปลือกต้นก็ใช้ทาแก้คันได้

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง