ผักชีลาว (Dill)

ผักชีลาวเป็นพืชล้มลุกที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับผักชี มีถิ่นกำเนิดจากทั้งทางตอนใต้ของรัสเซีย ทางตะวันออกของยุโรป เอเชีย และแถบเมดิเตอเรเนียน แต่ด้วยความที่ใช้กันมากในอาหารลาวและอาหารอีสาน คนไทยจึงเรียกว่าผักชีลาว ต้นผักชีลาวสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร ใบลักษณะเป็นฝอย สีเขียวอ่อน ดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อ

ผักชีลาวมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณะตั้งแต่ยอดจรดราก แต่ส่วนที่มักนำไปประกอบอาหารคือ ใบและลำต้น หากใครบอกว่าหอมก็จะกินได้ทั้งแบบสดและจิ้มน้ำพริก นำไปผัดไข่ และใส่ในแกงอ่อมหรือหมกปลา ครัวตะวันตกก็นิยมชมชอบกลิ่นรสของผักชีลาวกันไม่น้อย ทั้งใช้ประดับตกแต่งจาน ผสมซอสจิ้มขนมปังกรอบ และใช้ดับกลิ่นคาวในอาหารจานปลา แต่ใครที่รังเกียจกลิ่นของผักชีลาว ก็ค้งต้องอดลิ้มลองผักที่มีคุณค่าสารอาหารอย่างแคลเซียม 49 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 200 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 4.2 มิลลิกรัม และวิตามินเอา 402 หน่วยสากลในปริมาณ 100 กรัม แถมผักชีลาวยังมีน้ำมันหอมระเหย ที่มีสารกลุ่มโมโนเทอร์พีน (Monoterpene) เป็นองค์ประกอบ เช่น สารคาร์โวน (Carcone) ทำให้ผักชีลาวมีสรรพคุณช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และสารลิโมนีน (Limonene) ที่อาจยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

สารอีกกลุ่มคือ สารฟลาโวนอยด์ที่มีอยู่ในเมล็ด ทำให้มีการใช้ผักชีลาวเป็นสำหรับเด็ก โดยกินแล้วจะทำให้นอนหลับง่ายขึ้น เป็นที่มาของชื่อ “Dill” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมาจากรากศัพท์คำว่า Dilla ในภาษานอร์เวย์ที่แปลกว่า กล่อมเด็ก ตามตำรับยาไทยเรียกเมล็ดของผักชีลาวว่า “เมล็ดเทียนตาตั๊กแตน” รูปทรงยาวรี ขนาดเล็ก สีน้ำตาลอมเหลือง มีกลิ่นแรงกว่าใบและลำต้น นำไปชงชาดื่ม โรยบนอาหารหรือสกัดน้ำมันมาใช้ ให้สรรพคุณคล้ายกับใบและลำต้น

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง