บุก

ชื่อวงศ์ : ARACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Amorphophallus paeonlifolius (Dennst.) Nicolson

ชื่อพ้อง : Amorphophallus campanulatus (Roxb.) Blume ex Decne ; Amorphophallus rex Prain ex Hook.f.

ชื่อสามัญ : Stanley’s water-tub, Elephant yam

ชื่อพื้นเมืองอื่น : เบีย, เบือ, บุกหนาม, บุกหลวง (แม่ฮ่องสอน) ; บุกคางคก (ภาคกลาง, ภาคเหนือ) ; บุก (ทั่วไป) ; มันซูรัน (ภาคกลาง) ; บุกคุงคก (ชลบุรี) ; หัวบุก (ปัตตานี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ล้มลุก (H) เนื้ออ่อน สูงประมาณ 1.2-1.5 เมตร ลงหัวใต้ดินคล้ายบอนสีน้ำตาล ลำต้นกลมอวบอ้วน โคนกับปลายมีขนาดเกือบเท่ากัน ผิวเกลี้ยง ลำต้นสีเขียวอ่อน แต่ตามโคนต้นมีสีเขียวเข้มปะปน ตามลำต้นและก้านใบมีสีต่างๆ ปะปนแล้วแต่ชนิดของบุก ดูแล้วคล้ายคนเป็นโรคผิวหนัง ในช่วงฤดูแล้งลำต้นจะเหี่ยวตาย เหลือแต่หัวใต้ดิน และจะแตกลำต้นใหม่เมื่อเข้าฤดูฝน

ใบ เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบแฉกเป็นรูปขอบขนาน หรือรูปไข่ แผ่ขยายกว้างเกือบเป็นวงกลมคล้ายกับกางร่ม และหยักเว้าเป็นแฉกๆ คล้ายขนนก ใบกว้าง 140-170 ซม. มีรอยด่างเป็นดวงสีเขียว

ดอก ดอกออกเป็นช่อสีแดงอมน้ำตาลหรือสีม่วงเข้ม มีกลิ่นเหม็นคล้ายซากเน่า ก้านช่อสั้น มีกาบหุ้มช่อดอกเป็นรูปกรวย กว้าง 25-45 ซม. และยาวประมาณ 30 ซม. ขอบกาบหยักเป็นคลื่นและกางออก ช่อดอกเป็นแท่งยาวพอๆ กับกาบหุ้มช่อ ปลายช่อดอกรูปกรวยคว่ำขนาดใหญ่ สีแดงอมน้ำตาลหรือสีม่วงเข้ม

ผล เป็นผลสดเนื้อนุ่ม สีแดง ยาวประมาณ 1-1.5 ซม. มีจำนวนมาก ติดเป็นช่อยาว 75-100 ซม.

นิเวศวิทยา

เป็นไม้ที่สามารถเกิดขึ้นได้เองตามป่าราบ หรือตามป่าทั่วๆ ไป มีขึ้นทุกภาคของประเทศไทย

การปลูกและขยายพันธุ์

เป็นไม้ที่เกิดขึ้นและเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกสภาพ เจริญงอกงามในฤดูฝน และจะร่วงโรยไปในฤดูหนาว ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำเหง้าหัวใต้ดิน

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

เหง้าหัวใต้ดิน รสเบื่อเมา กัดหนองหรือแผล กัดเสมหะและเลือดก้อน หรือใช้หุงเป็นน้ำมันใส่บาดแผลกัดฝ้า เป็นยาบำรุงธาตุ ขับลม แก้บิด แก้โรคไขข้ออักเสบ บำรุงกำลัง แก้ริดสีดวงทวาร

ก้านใบ รสเบื่อคัน ลอกเปลือกออกใช้ปรุงเป็นอาหารได้

ราก รสเบื่อเมา ใช้พอกฝี ขับระดู แก้ริดสีดวงทวาร

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • ใช้เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยแยกแป้งส่วนที่เป็นเนื้อทราย ใช้แป้ง 1 ช้อนชา ชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว (250 ซีซี) ชงดื่มวันละ 2 มื้อ ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง เป็นประจำ สามารถลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง