บล็อกโคลี่ (Broccoli)

บล็อกโคลี่เป็นพืชในตระกูลกะหล่ำ เช่นเดียวกับกะหล่ำดอกและกะหล่ำปลี เชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ชื่อภาษาอังกฤษ Broccoli มาจากภาษาลาติน Brachium แปลว่า กิ่งก้าน (Branch) ส่วนที่นำมาบริโภคคือดอกอ่อนและก้าน ช่อดอกบรอกโคลี ประกอบด้วย ดอกย่อยขนาดเล็กสีเขียวเข้มจำนวนมากรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ไม่อัดตัวกันแน่นเหมือนกะหล่ำดอก

บล็อกโคลี่ 100 กรัม ประกอบด้วย จะมีโปรตีน 2.7 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 3.7 กรัม แคลเซียม 10 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 44 มิลกรัม เหล็ก 1.2 มิลลิกรัม วิตามินบี 1, 0.05 มิลลิกรัม วิตามินบี 2, 0.23 มิลลิกรัม ไนอาซีน 2.8 มิลลิกรัม วิตามินซี 75 มิลลิกรัม และเส้นใยอาหาร 2.9 กรัม

จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอบกินส์พบว่า สารพฤกษเคมี (Phytochemical) ในบล็อกโคลี่ที่ชื่อ ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ช่วยลดระดับการเผาผลาญฮอร์โมนเอสโทรเจน ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้เนื้องอกที่เต้านมเจริญเติบโต และมีผลการวิจัยเกี่ยวกับมะเร็งอีกชิ้นพบว่า ซัลโฟราเฟนช่วยขับสารพิษจากเอนไซม์ และป้องกันการเกิดของเซลล์มะเร็งลำไส้ ส่วนการศึกษาในญี่ปุ่นพบว่า ซัลโฟราเฟนช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียชนิดที่เป็นสาเหตุของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารอักเสบ ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร

นอกจากสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดังที่กล่าวมาแล้ว ก้านบล็อกโคลี่ยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ช่วยให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้เร็วขึ้น ทำให้ร่างกายขับถ่ายได้คล่อง ลดสารพิษตกค้างในลำไส้ จึงลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ได้อีกทาง วิธีประกอบอาหารก็มีผลต่อสารอาหารที่มีอยู่ในบล็อกโคลี่เช่นกัน การปรุงด้วยวิธีต้นในน้ำปริมาณมากๆ อาจทำให้สารอาหารบางชนิดลดปริมาณลง จึงควรใช้วิธีผัด นึ่ง อบ หรือถ้าจะให้ดีที่สุดควรกินบล็อกโคลี่สด โดยเลือกที่ดอกและใบสีเขียวเข้ม ช่อดอกไม่ใหญ่เกินไป แต่หากดอกเริ่มมีสีเหลืองแสดงว่าแก่เกินไปและสารอาหารก็สลายออกไปมากแล้ว

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง