น้ำเต้า (Bottle Gourd)

น้ำเต้า

น้ำเต้าเป็นไม้เถาเลื้อย มีถิ่นกำเนิดจากทวีปแอฟริกา ใบน้ำเต้ารูปทรงสามเหลี่ยม ขอบใบหยัก ผิวใบสาก มีขนอ่อนปกคลุม ดอกน้ำเต้ามีกลีบดอกสีขาว 5 กลีบ ผลน้ำเต้ามีหลากหลายรูปทรงต่างกันไปตามพันธุ์ เช่น น้ำเต้าทรงลูกจันทน์ ผลกลมแป้นคล้ายฟักทอง น้ำเต้าทรงงาช้าง รูปร่างยาว ป่องตรงปลาย ผลแก่แห้งใช้ทำเครื่องดนตรีเขย่า และน้ำเต้าที่คนคุ้นตาที่สุดก็คือ น้ำเต้าเซียน ที่มีรูปทรงกระบอกตรงกลางคอดเล็ก

ผลอ่อนน้ำเต้ามีเปลือกสีเขียวอ่อน เนื้อในสีขาว อ่อนนุ่ม เพราะมีน้ำเป็นองค์ประกอบมากถึงร้อยละ 96.8 น้ำเต้าอ่อนสามารถกินได้ทั้งเปลือก หากแก่ขึ้นอีกนิดก็ต้องปอกเปลือกออกก่อนนำไปปรุงอาหาร และถ้าไม่อยากให้น้ำเต้าที่หั่นแล้วมีสีคล้ำ ให้แช่ในน้ำเกลือ น้ำเต้าอ่อนนิยมลวกกินกับน้ำพริก ใส่ในแกงเลียง แกงส้ม หรือผัดกับเนื้อสัตว์ แต่ไม่ควรต้มหรือผัดนานเพราะเนื้อจะเละ

เมื่อกินน้ำเต้า 100 กรัม จะได้รับแคลเซียม 6 มิลลิกรัม เส้นใยอาหาร 0.4 กรัม และวิตามินซีเพียง 10 มิลลิกรัม แม้จะมีสารอาหารไม่มากนัก แต่น้ำเต้าก็มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ เป็นยาเย็น แก้ไข้ หากกินดิบจะเป็นยาระบายอ่อน ๆ แต่ไม่ควรกินมาก เพราะอาจทำให้ท้องเสีย อีกทั้งน้ำเต้ายังให้พลังงานต่ำ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เมล็ดน้ำเต้ามีลักษณะแบน ยาวรี มีฤทธิ์ขับพยาธิ แก้อาการบวมน้ำ มักนำมาตากแห้งแล้วคั่วกินเป็นขนมขบเคี้ยว ส่วนยอดก็กินเป็นผักเช่นใส่ในแกงส้ม หรือใช้ตำพอกแก้ปวดหัวและผิวหนังพุพอง

ผลน้ำเต้าแก่จัดจะมีเปลือกผลหนา เปลือกนอกเปลี่ยนเป็นสีขาวครีมและแข็ง เนื้อในแห้งจนกลวง น้ำหนักเบา นำมาตัดขั้วทิ้งแล้วเอาเมล็ดไปปลูก เปลือกที่แข็งยังใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเช่น ชาวจีนใช้เป็นภาชนะใส่น้ำพกพาติดตัว แถมยังถือเป็นเครื่องลางสัญลักษณ์มงคง ที่เชื่อว่าจะช่วยให้เงินทองงอกเงย มีโชคลาภ และความที่น้ำเต้ามีรูปร่างคล้ายเลขแปด จึงใช้ในการแก้ฮวงจุ้ยด้วย ส่วนชาวแอฟริกาบางชนเผ่าก็นำมาผ่าครึ่งใช้เป็นภาชนะใส่อาหาร

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง