น้ำผึ้ง (Honey)

น้ำผึ้ง

มนุษย์รู้จักใช้ผลิตผลที่ได้จากผึ้งเป็นทั้งอาหารและยา น้ำผึ้งเป็นสิ่งที่มนุยษ์รับประทานมานานมาก มีมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ กรีก โรมัน จวบจนปัจจุบัน ลักษณะของน้ำผึ้งที่ดีคือ ใสไม่ขุ่นทึบ สีตามธรรมชาติตั้งแต่สีเหลืองอ่อนถึงสีน้ำตาล มีกลิ่นหอมเฉพาะของเกสรดอกไม้ที่เป็นแหล่งน้ำหวาน รสหวานไม่ขมเฝื่อน ในน้ำผึ้งไม่มีกากไขผึ้ง เศษตัวผึ้ง หรือสิ่งปลอมปน มีน้ำเจือปนอยู่ไม่เกินร้อยละ 20-21 น้ำผึ้งที่ดีที่สุดจึงต้องเป็นน้ำผึ้งเดือนห้า เพราะเป็นเดือนที่แล้ง มีฝนน้อย ดอกไม้หลายชนิดกำลังผลิบาน เหมาะที่จะผลิตน้ำผึ้งคุณภาพดี

ในขบวนการผลิตน้ำหวานของผึ้งนั้น เอนไซม์ในต่อมน้ำลายของผึ้งจะเปลี่ยนน้ำตาลซูโครสในน้ำหวานดอกไม้ ให้เป็นกลูโคสและฟรักโทส ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่ร่างกายดูดซึมไปสร้างพลังงานได้ทันที น้ำผึ้งที่ดีควรมีน้ำตาลทั้งสองชนิดอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ทั้งนี้น้ำตาลฟรักโทสยังมีความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 1.6 เท่า จึงใช้น้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลทั่วไปได้ แต่ก็ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉลี่ยวันละประมาณ 20 กรัม ผู้ป่วยโรคเบาหวานห้ามกิน เนื่องจากเป็นน้ำตาลที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แร่ธาตุต่าง ๆ ที่พบในน้ำผึ้ง เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม สังกะสี เหล็ก แมงกานีส ทองแดง ซึ่งมีอยู่ในปริมาณไม่มากนัก แต่ก็มีในสัดส่วนที่เหมาะสม ดังนั้นการใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาล นอกจากให้ความหวานแล้ว ยังเป็นการเพิ่มแร่ธาตุที่จำเป็นให้แก่ร่างกายและเพิ่มคุณค่าทางอาหารด้วย น้ำผึ้งมีวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 บี 2 บี 5 บี 6 วิตามินซี โดยน้ำผึ้งแต่ละชนิดก็มีปริมาณแร่ธาตุและวิตามินแตกต่างกันตามแหล่งที่มาของน้ำผึ้ง

ซึ่งสรรพคุณในการสมานแผลนี้ ใช้ได้กระทั่งแผลจากการผ่าตัดหน้าท้องที่แผลเกิดแยกออกในภายหลัง เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ดูดน้ำเหลืองจากแผล ทำให้การบวมของแผลยุบลงแลกกระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อ ให้แผลสมานติดกันอย่างรวดเร็ว เป็นวิธีที่ยอมรับของบุคลากรทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยในวารสารทางการแพทย์นานาชาติอีกด้วย

สรรพคุณทางยาของน้ำผึ้งนอกจากจะขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำหวานดอกไม้แล้ว ยังขึ้นอยู่กับเวลาที่เหมาะในการดื่มน้ำผึ้ง ดังนี้ ก่อนอาหาร 1 หรือ 1.30 ชั่วโมง ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่น มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งกรดของกระเพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นแผลในกระเพาะอาหาร ส่วนน้ำผึ้งผสมน้ำเย็น มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งกรดของกระเพาะและการบีบตัวของลำไส้ ดวรดื่มหลังมื้ออาหาร 2-3 ชั่วโมง หากดื่มหลังอาหารทันที จะเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือด ตับอ่อนต้องทำงานหนักและกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้สูงขึ้น การดื่มน้ำผึ้งก่อนนอน เหมาะสำหรับคนร่างกายไม่แข็งแรง นอนหลับยาก

นอกจากสรรพคุณทางยา สรรพคุณทางด้านความงามก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เนื่องจากคุณสมบัติของน้ำผึ้งที่สามารถดูดและเก็บความชื้นไว้ได้ดี ทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นและยืดหยุ่น สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำผึ้งช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากแสงยูวี และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ น้ำผึ้งจึงเหมาะที่จะใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม อย่างครีมบำรุงผิว โลชั่น คอนดิชันเนอร์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อผิวบอบบาง แพ้ง่าย และเหมาะสำหรับเด็ก

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง