น้อยหน่า (Sugar Apple)

ผลไม้รูปทรงแปลกตาลักษณะคล้ายลูกระเบิดชนิดนี้ แม้จะมีเมล็ดแข็งมันวาวสีดำแทรกอยู่ภายในเนื้อจำนวนมากทำให้ยุ่งยากต่อการกิน แต่ด้วยความเหนียวนุ่มและหอมหวานของเนื้อ ที่หวานจนได้ชื่อว่า “Sugar Apple” น้อยหน่าจึงเป็นผลไม้ที่ชื่นชอบของคนทั่วไป ผลน้อยหน่าเป็นชนิดผลกลุ่ม (Aggregate Fruit) คือในหนึ่งผลที่เราเห็นแท้จริงเป็นผลย่อยหลายๆ ผมอัดรวมกันอยู่ ผลไม้ในสกุลเดียวกับน้อยหน่าที่คนไทยคุ้นเคยอีกชนิดคือ น้อยโหน่ง แต่น้อยหน่าจะมีขนาดผลเล็กกว่า ผิวเปลือกขรุขระเป็นร่อง และเนื้อหวาน ส่วนน้อยโหน่งนั้น ผิวเปลือกจะเรียบ และเนื้อมีรสมัน

เมื่อกินเนื้อน้อยหน่า 100 กรัม จะได้รับคาร์โบไฮเดรตในรูปของน้ำตาลฟรักโทสและกลูโคส สูงถึง 20 กรัม ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว แต่ควรจำกัดปริมาณการกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก น้อยหน่ามีวิตามินซีช่วยป้องกันโรคหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระ แคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ลดการสูญเสียมวลกระดูก ส่วนโพแทสเซียมช่วยการรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายและลดความดันโลหิต

น้อยหน่ามีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งก็ได้แก่ สารประกอบโพลีฟีนอลอย่างแทนนินและคาเทชิน ที่สามารถลดการอักเสบในโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไขข้ออักเสบ ป้องกันมะเร็งและระงับการเจริญเติบโตของเนื้องอกต่างๆ ได้ ผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่มีสารประกอบโพลีฟีนอลสูง ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี มะเฟือง ฝรั่ง ละมุด มะม่วงน้ำดอกไม้สุก และลิ้นจี่

ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านยังใช้น้อยหน่ากำจัดเหา โดยนำใบ 10-12 ใบ หรือเมล็ด 10-12 เมล็ด มาตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำมันมะพร้าว ชโลมผมให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้สักหนึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกให้หมดจด สารอะโนเนอีน (Anonaine) ในใบและเมล็ดน้อยหน่า ซึ่งเป็นสารอัลคาลอยด์จะออกฤทธิ์ฆ่าเหา เป็นวิธีกำจัดเหาโดยไม่ต้องพึ่งยา แต่ต้องระวังไม่ให้ส่วนผสมนี้เข้าตา เพราะจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบ

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง