นม (Milk)

นม เป็นอาหารที่ยอมรับกันว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง ครบถ้วนด้วยสารอาหารหลัก 5 หมู่ นมมีโปรตีนที่ประกอบด้วยกรดอมิโนครบถ้วนทุกชนิด โดยเฉพาะชนิดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย เช่น ทริปโตเฟน อาร์จินีน (Arginine) ไลซีน วาลีน (Valine) ลิวซีน ไอโซลิวซีน มีไขมันที่เรียกว่า มันเนย ให้พลังงานสูง โดยมันเนย 1 กรัม ให้พลังงานถึง 9 แคลอรี คาร์โบไฮเดรตในนม คือ น้ำตาลแล็กโทส (Lactose) เป็นน้ำตาลชนิดเดียวที่มีในนม ให้พลังงานในอัตรา 1 กรัม ต่อ 4 แคลอรี นมอุดมด้วยเกลือแร่หลายชนิด โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟัน ทั้งยังมีวิตามินต่าง ๆ ครบถ้วน เช่น วิตามินเอ บี 1 บี 2 ไนอะซิน (Niacin) กรดแพนโทเทนิก (Pantothenic acid) ไพริดอกซิน (Pyridoxine) ไบโอทิน (Biotin) กรดโฟลิก วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค

ในนมต่างชนิดกันก็มีปริมาณสารอาหารที่ต่างกันด้วย โดยเฉพาะไขมัน นมสดหรือนมจืด มีไขมันร้อยละ 4 นมพร่องมันเนย มีไขมันร้อยละ 2 ส่วนนมขาดมันเนยไม่มีไขมันเลย นมทั้ง 3 ชนิด จึงให้พลังงานที่ต่างกันด้วย โดยนมสด นมพร่องมันเนย และนมขาดมันเนย  ให้พลังงาน 170, 130 และ 85 แคลอรี ตามลำดับ ต่อนม 240 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1 แก้ว หรือ 1 กล่องนม แต่นมทั้ง 3 ชนิด มีน้ำตาลแล็กโทสร้อยละ 4-5 เท่ากัน

แคลเซียมที่มีอยู่สูงในนม นอกจากช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและฟันแข็งแรงแล้ว ยังมีรายงานจากวารสารทางการแพทย์ของอังกฤษว่า แคลเซียมช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ โดยเฉพาะในคนอ้วนที่มีไขมันมาก ไขมันจะช่วยผลิตกรดในน้ำดี กรดจะทำให้ลำไส้ระคายและสร้างเซลล์ผิดปกติจนเกิดเป็นมะเร็งได้ แต่แคลเซียมจะช่วยลดการผลิตกรด จึงช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง

ปัจจุบัน มีนมแคลเซียมสูงวางจำหน่ายในท้องตลาดมากมายหลายยี่ห้อ จึงเกิดคำถามว่าจะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใดจากการดื่มนมประเภทนี้ คำตอบคือ ร่างกายได้รับแคลเซียมจากนม แคลเซียมสูงไม่มากไปกว่าได้รับจากนมธรรมดาแต่อย่างใด เพราะความสำคัญอยู่ที่ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมสูงไปใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมจากนมแคลเซียมสูงไปใช้ได้หมดในคราวเดียว ดังนั้น การบริโภคนมธรรมดาอย่างสม่ำเสมอ น่าจะได้รับประโยชน์จากแคลเซียมมากกว่า นอกจากนี้ กระบวนการดูดซึมแคลเซียมยังขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการดื่มนมด้วย หากดื่มนมขณะท้องว่าง ร่างกายก็จะดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้น้อยกว่าดื่มขณะที่ในท้องมีอาหาร

ถึงแม้ว่านมจะมีประโยชน์มากมาย แต่บางคนดื่มนมแล้วจะเกิดอาการท้องเสีย โดยเฉพาะในวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายของคนแถบเอเชียจะมีน้ำย่อยสำหรับน้ำตาลแล็กโทสเพียงช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 4-5 ปี หลังจากนั้นน้ำย่อยจะค่อย ๆ ลดลงจนหมดไป เมื่อดื่มนมเข้าไป น้ำตาลที่ไม่ถูกย่อยจะทำปฏิกิริยากับจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารจนเกิดกรดและแก๊ส ทำให้มีอาการแน่นท้อง ท้องอืด จุกเสียด และท้องเสีย

ยุคปัจจุบัน มีคนไทยจำนวนมากเติบโตในยุคที่รณรงค์ส่งเสริมถึงคุณประโยชน์ของนม จึงได้ดื่มนมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ แบคทีเรียในลำไส้จะสร้างน้ำย่อยตัวนี้ขึ้นมา จึงไม่เกิดปัญหาการย่อยนมที่ดื่ม สามารถปรับแก้ได้โดยการเริ่มดื่มนมวันละครึ่งแก้ว หรือ 4-5 อึก เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างน้ำย่อย แล้วค่อยเพิ่มปริมาณนมขึ้นเรื่อยๆ จนดื่มได้เป็นปกติ หรืออาจเลือกกินผลิตภัฑณ์นมอื่นๆ อย่างโยเกิร์ตหรือเนยแข็งแทน

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง