ท้องผูกอาจนำไปสู่โรคมะเร็ง

ชาวอเมริกันกินสเต๊กเนื้อวัวเป็นอาหารหลักจึงมีคนจำนวนมาก (1 ใน 10 คน) เป็นเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ แพทย์ในโรงพยาบาลแต่ละแห่งจึงต้องรับภาระหนักในการผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อตัดเนื้องอกทุกวัน เพราะเมื่อ 30 ปีก่อน แม้จะเป็นก้อนเนื้องอกที่มีขนาดเพียง 1 เซนติเมตร ก็ต้องผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องเนื่องจากไม่มีวิธีอื่นการผ่าตัดเนื้องอกคิดเป็น 1 ใน 3 ของการผ่าตัดทั้งหมดที่มีในแผนกศัลยกรรม แต่ปัจจุบันหากพบเนื้องอกในลำไส้ แพทย์ส่วนใหญ่มักจะเลือกผ่าตัดแบบส่องกล้องแทน

แม้เนื้องอกในลำไส้ใหญ่คือการเกิดติ่งเนื้อภายในลำไส้ และโดยส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นเนื้อดีร้อยละ 80-90 แต่การตรวจโดยวิธีสวนแป้งแบเรียมเข้าลำไส้แล้วถ่ายภาพเอกซเรย์ในยุคนั้น ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้ายและถึงจะเป็นเนื้อดีก็ไม่ควรละเลย เพราะอาจเจริญเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งได้ในภายหลัง แพทย์จึงต้องรีบผ่าตัดทิ้งหากพบเนื้องอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน 1 เซนติเมตร สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้งานในแผนกศัลยกรรมยุ่งมาก แพทย์ฝึกหัดศัลยกรรมต้องโดนยืมตัวไปช่วยผ่าตัดทุกวัน

ในสมัยนั้น การรักษาเนื้องอกในลำไส้ใหญ่มีเพียงหนทางเดียวคือการตัดก้อนเนื้อทิ้ง เป็นเพราะการศึกษาค้นคว้าหาต้นเหตุและวิธีป้องกันโรคนี้ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้น แม้จะได้รับการผ่าตัดไปแล้ว แต่ก็มีคนไข้จำนวนมากที่เกิดโรคซ้ำ ต้องกลับเข้ามารับการผ่าตัดอีก พฤติกรรมการบริโภคเป็นสาเหตุหลักของการเกิดเนื้องอก เมื่อย้อนประวัติกลับไปจะพบว่า คนไข้กลุ่มนี้ไม่ได้ปรับการบริโภคเลยหลังรับการผ่าตัด ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดโรคซ้ำ ต้องรับภาระหนักทั้งทางร่ายกายและจิตใจ เมื่อเห็นความทุกข์ของคนไข้ จึงได้มีการมุมานะค้นคว้าวิธีผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง พร้อมกับศึกษาว่าเหตุใดก้อนเนื้องอกในลำไส้ใหญ่จึงเกิดซ้ำได้ง่าย ในตอนนั้นให้ความสนใจเรื่องพฤติกรรมการการบริโภค ซึ่งนอกจากอาหารจะเป็นสาเหตุโดยตรงของการเกิดโรคแล้ว ยังพบว่าลำไส้ของชาวอเมริกันแตกต่างจากลำไส้ของชาวญี่ปุ่น โดยลำไส้ของชาวอเมกันจะหนาและแข็งกว่า

คนสมัยก่อนมักเชื่อว่า การที่ลำไส้ของชาวยุโรปสั้นกว่าชาวญี่ปุ่นนั้นเป็นความแตกต่างที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะเมื่อตรวจสอบจากลำไส้ของคนไข้ชาวยุโรปหลังจากปรับนิสัยการบริโภคแล้วกลับพบว่า ลำไส้ยาวและอ่อนนุ่มเหมือนของชาวญี่ปุ่น แต่เหตุที่ลำไส้ชาวยุโรปแข็งและสั้นลง เป็นเพราะการกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์มากเกินไป จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ความยาวและความแข็งของลำไส้แสดงให้เห็นสภาพภายในลำไส้ที่หมอชินยะเรียกว่า “โหงวเฮ้งลำไส้” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงไปตามอาหารการกิน

ในปี ค.ศ. 1960 ถึงก่อนยุคทศวรรษ 70 พบว่าโรคเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ในชาวญี่ปุ่นน้อยมาก เป็นเพราะวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่น ซึ่งต้องของคุณการกินธัญพืชเป็นอาหารหลัก แต่ที่น่าเสียดายคือลำไส้ของชาวญี่ปุ่นที่เคยงดงามและไม่ค่อยพบเนื้องอกเมื่อ 30 ปีก่อน กลับมีสภาพแย่ลงในปัจจุบัน เนื่องจากกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์มากขึ้น ทำให้อัตราการเป็นโรคที่เกิดจากรูปแบบการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ ขณะทำการผ่าตัดและวินิจฉัยโรคให้คนไข้ หมดชินยะพบว่าผู้ที่ป่วยด้วยโรคที่ไม่เกี่ยวกับลำไส้ เช่น ปอด ตับ ถุงน้ำดี กระเพาะอาหาร ไต ก็มีโหงวเฮ้งลำไส้แย่เช่นกัน

การแพทย์แผนปัจจุบันมักเน้นการรักษาแบบเฉพาะทาง หากเกิดปัญหาที่อวัยวะใดก็จะแก้ปัญหาที่อวัยวะนั้น ๆ เช่น หัวใจ ปอด กระเพาะ ลำไส้ ไต ปวดหัวก็รักษาที่หัว เจ็บขาก็รักษาที่ขา หากเยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบก็จ่ายยาลดกรดในกระเพาะ ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาแบบผิวเผินมาก เพราะความจริงแล้วอวัยวะทุกส่วนในร่างกายล้วนเชื่อมโยงกัน หากส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดปัญหาก็จะส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีอาการท้องผูกเพราะกินอาหารที่มีเส้นใยอาหารน้อยและดื่มน้ำน้อย อาหารที่ไม่ถูกย่อยก็จะบูดเน่าเกิดเป็นสารพิษ ทำให้หน่วยพันธุกรรมในเซลล์บริเวณผนังลำไส้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นเนื้องอกและมะเร็งในที่สุด คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าสารพิษจากอุจจาระที่ตกค้างในร่างกายจะส่งผลเสียต่อเซลล์ทั่วร่างกาย

หากท้องผูกจะทำให้ผิวพรรณหยาบหรือเป็นสิว ซึ่งก็เป็นผลจากสารพิษในเลือด จากการที่ผนังลำไส้ดูดซึมสารพิษเอาไว้นั่นเอง ปัญหาผิวเป็นเพียงผลกระทบที่เรามองเห็น แต่ภายในร่างกายอาจเต็มไปด้วยโรคก็เป็นได้ หากสารพิษถูกส่งไปทั่วร่างกาย จะทำให้หน่วยพันธุกรรมในเซลล์เสียหายและกลายเป็นมะเร็งตามอวัยวะต่าง ๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อาการท้องผูกธรรมดาอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย การที่โหงวเฮ้งลำไส้แย่ลง สาเหตุอาจไม่ได้เกิดจากลำไส้โดยตรง ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลร้ายต่อลำไส้นี้ก็สามารถส่งผลร้ายไปทั่วร่างกายได้เช่นกัน

 

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง