ถั่วงอก (Mung Bean Sprouts)

ถั่วงอก

ถั่วงอกคือถั่วที่เพาะจากเมล็ดถั่วเขียว ซึ่งถั่วเขียวที่นิยมนำมาใช้มี 2 ชนิด คือ ถั่วเขียวผิวมันที่มีเปลือกหุ้มเมล็ดสีเขียว และถั่วเขียวผิวดำที่มีเปลือกหุ้มเมล็ดสีดำ ถั่วงอกที่เพาะจากถั่วเขียวผิวดำจะสีขาวน่ากินกว่า ต้นอวบและเนื้อกรอบกว่า ถึงแม้จะรสหวานน้อยกว่าและมีกลิ่นเหม็นเขียวเล็กน้อย แต่ด้วยความที่ทนต่อการขนส่งและการเก็บรักษา และต้นทุนต่ำกว่า จึงทำให้นิยมใช้เมล็ดถั่วเขียวผิวดำเป็นเมล็ดพันธุ์ถั่วงอกมากกว่า เมนูที่มีถั่วงอกเป็นส่วนประกอบ เช่น ก๋วยเตี๋ยว ซุป สลัด ถั่วงอกผัดน้ำมัน ถั่วงอกผัดเต้าหู้

ยอดสีเหลืองอ่อนและลำต้นขาวอวบของถั่วงอก มีน้ำเป็นองค์ประกอบมากถึงร้อยละ 90 และใน 100 กรัม จะประกอบไปด้วย โปรตีน 2.8 มิลลิกรัม แคลเซียม 27 มิลลิกรัม วิตามินซี 12 มิลลิกรัม เหล็ก 1.9 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 85 มิลลิกรัม เส้นใยอาหาร 0.7 กรัม ถั่วงอกยังมีโพแทสเซียมที่ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต และสารเลซิติน (Lecithin) ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล จึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ทั้งนี้ ไม่ควรกินถั่วงอกดิบในปริมาณมาก เพราะมีสารไฟเตทหรือกรดไฟติก (Phytic acid) ที่อาจไปยับยั้งการดูดซึมสารอาหาร เช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส และสังกะสี แต่สารดังกล่าวจะสลายไปเมื่อโดนความร้อน

การปลูกถั่วงอกกินเอง นอกจากจะทำให้เพลิดเพลินกับการสังเกตการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของถั่วงอก และประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายไม่ต้องเสี่ยงต่อสารเคมีตกค้างด้วย เช่น สารฟอกขาวที่มักใช้แช่ถั่วงอกให้สีขาวน่ากิน หรือสารถั่วอ้วนหรือฮอร์โมนไซโตไคนินที่ทำให้ต้นถั่วงอกอวบกว่าปกติ โดยถั่วเขียว 1 กิโลกรัม จะเพาะเป็นถั่วงอกได้ประมาณ 3-5 กิโลกรัม

เทคนิคการเพาะให้ได้ถั่วงอกที่ไม่ต้องลำบากเด็ดรากก่อนปรุงก็คือ ให้เพาะเมล็ดลงบนผ้ากระสอบ รากถั่วจะงอกทะลุลงไปในผ้ากระสอบ เมื่อโตได้ที่จึงยกแผงต้นถั่วงอกบนผ้ากระสอบมาเฉือนรากทิ้งในคราวเดียว เพียงเท่านี้ก็ได้ถั่วงอกแบบสะดวกและปลอดสารพิษแล้ว

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง