ตีนเป็ด

ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Alstonia scholaris (L.) R.Br.

ชื่อสามัญ : Devil tree, White cheeesewood, Blackboard tree, Devil’s bark

ชื่อพื้นเมืองอื่น : หัสบรรณ (กาญจนบุรี) ; กะโน้ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; สัตบรรณ (ภาคกลาง, เขมร-จันทบุรี) ; พญาสัตบรรณ, ชบา, ตีนเป็ด (ภาคกลาง) ; บะซา, ปูลา, ปูแล (มลายู-ยะลา-ปัตตานี) ; ยางขาว (ลำปาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ต้น (T) ลักษณะโคนต้นเป็นพูพอน ลำต้นมีเปลือกสีเทาเกือบดำ สูงประมาณ 5-30 เมตร แตกกิ่งออกรอบข้อ เมื่อกรีดจะมีน้ำยางสีขาวเหมือนน้ำนม

ใบ เป็นใบเดี่ยว แตกใบเป็นวงรอบกิ่งหรือข้อ ประมาณ 4-7 ใบ ลักษณะใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ปลายใบมนหรือเว้าบุ๋ม ขอบใบเรียบ โคนใบสอบเรียว หรือรูปลิ่ม แผ่นใบสีเขียวสด เส้นแขนงใบถี่ ประมาณ 30-40 คู่ ท้องใบหรือใต้ใบ สีขาวนวล เกลี้ยง

ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงหลั่น ออกช่อที่ปลายกิ่งหรือยอด มีดอกย่อยจำนวนมากติดกันเป็นกระจุกกลม ที่ปลายกิ่ง มีกลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวอมเหลือง เรียงตัวแบบบิดเวียน มีเกสรเพศผู้ 5 อัน เกสรเพศเมีย 2 อัน ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม ถึงพฤศจิกายน

ผล เป็นฝักรูปกลมยาว ออกเป็นคู่ เมื่อแก่จัดจะแตกออกเป็น 2 ซีก ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก

เมล็ด ลักษณะรูปขอบขนาน มีขนที่ปลายทั้งสองสีขาวนวลเป็นกระจุก ปลิวตามลม

นิเวศวิทยา

เป็นไม้กลางแจ้ง มีถิ่นกำเนิดในเอเชียและแอฟริกาเขตร้อน ขึ้นตามป่าละเมาะ และป่าดิบทั่วไป

การปลูกและขยายพันธุ์

เจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วๆ ไป ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง หรือเพาะเมล็ด

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ราก รสร้อนเล็กน้อย ใช้รักษาโรคมะเร็ง เป็นยาขับลมในลำไส้ ในประเทศฟิลิปปินส์ ใช้รากรักษาโรคเกี่ยวกับตับ

เปลือกต้น รสขมเย็น รักษาโรคเบาหวาน โรคบิด แก้โรคตับ หลอดลมอักเสบ แก้โรคท้องร่วงเรื้อรัง ขับพยาธิไส้เดือน แก้ไอ แก้ไข้ เป็นยาสมานแผลในลำไส้ ขับน้ำนม ขับระดู แก้ไข้หวัด น้ำมูกไหล ขับน้ำเหลืองเสีย รักษามาลาเลีย

  • ประเทศอินเดีย ใช้เปลือกป่นเป็นผงผสมเป็นตัวยาพอกแก้โรคปวดตามข้อ ใช้เปลือกสดผสมกับน้ำมันเป็นยารักษาโรคเรื้อน
  • ประเทศปากีสถานและอินเดีย ใช้เปลือกต้น ซงเป็นยารักษาโรคไข้มาลาเรีย แทนเปลือกซิงโคน่า แก้โรคท้องร่วง โรคบิด ขับพยาธิ เป็นยาบำรุง ขับน้ำนม แก้หืด
  • ประเทศฟิลิปปินส์ ใช้เปลือกต้มเป็นยาแก้ไข้ สกัดเปลือกด้วยแอลกอฮอล์ ใช้เป็นยาขับลม
  • ชาวสเปน ในสมัยก่อนใช้สารแอลคาลอยด์ที่สกัดได้จากเปลือกเป็นยารักษาโรคมาเลเรียแทนควินิน
  • ประเทศอินโดนีเซีย ใช้เปลือกเป็นยาบำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้เบาหวาน ขับพยาธิ แก้ไอ

ใบ รสขมเย็น ใช้พอกดับพิษต่างๆ ใบอ่อนใช้ชงดื่มหรือปรุงเป็นยารักษาโรคลักปิดลักเปิด

  • ประเทศอินเดีย ใช้ใบสดโขลกแล้วคั้นเอาน้ำผสมกับน้ำขิงเป็นยาบำรุงกำลังสำหรับผู้หญิงหลังการคลอดบุตร
  • ประเทศมาเลยเซีย ใช้ใบอ่อนต้มเป็นยารักษาโรคเหน็บชา
  • ประเทศฟิลิปปินส์ ใช้น้ำจากใบผสมกับขิงสดหรือขมิ้นอ้อยใช้ขับน้ำคาวปลาดื่มหลังคลอดบุตร

ยาง รสร้อนขม ใช้ปรุงเป็นยารักษาแผลเน่าเปื่อย เป็นยาบำรุงกระเพาะ บำรุงคนไข้หลังการเจ็บไข้ได้ป่วย ทำให้เจริญอาหาร ผสมกับน้ำมันเป็นยาแก้ปวดหู ในประเทศฟิลิปปินส์ ใช้น้ำยางรักษาโรคปวดตามข้อ

ดอก รสขมเย็น แก้ไข้เพื่อโลหิต ไข้เหนือ ไข้ตัวร้อน

วิธีและปริมาณที่ใช้

รักษาโรคเบาหวาน โรคบิด ท้องร่วง แก้ไอ แก้ไข้ เป็นยาสมานแผลในลำไส้ โดยใช้เปลือกต้นขนาน 1 ฝ่ามือ หรือประมาณ 40 กรัม สับเป็นชิ้น ต้มในน้ำเดือด 1 ลิตร ประมาณ 15 นาที กรองเอาน้ำดื่ม

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง