“ชะลอความแก่” แบบผิด ๆ

“ชะลอความแก่” แบบผิด ๆ

ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็คงอยากเป็นหนุ่มเป็นสาวตลอดไป โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าผิวหนังเริ่มหย่อนยาน ก็จะพยายามเต็มที่ที่จะป้องกันความแก่ ซึ่งเราเรียกสารพัดวิธีป้องกันความแก่ว่า “การชะลอวัย (anti-aging)”

กระแสชะลอความแก่กำลังได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีคนไม่เห็นด้วยกับหลาย ๆ วิธีที่ใช้กันอยู่ โดยเฉพาะวิธีที่ทำให้รูปลักษณ์ดูอ่อนเยาว์เพราะมีความเสี่ยงไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่นการทำให้ผิวกระจ่างใสด้วยการใช้สารเคมีผลัดเซลล์ผิว ทำให้เกิดการกำจัดเคราติน (keratin) ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มสตรี วิธีนี้จะทำให้ความสามารถในการปกป้องสิ่งต่าง ๆ ของผิวหนังเสียหาย และอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวหนังขั้นรุนแรง

โครงสร้างผิวหนังของคนเราแบ่งออกเป็น 3 ชั้นคือ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นใต้ผิวหนัง ส่วนที่ทำหน้าที่ป้องกันการระเหยของน้ำในผิวและป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ผิวหนัง คือชั้นเคราตินซึ่งอยู่ในชั้นหนังกำพร้า มีความหนาเพียง 20 ไมโครเมตร ซึ่งถือว่าบางมาก แค่ใช้เล็บเกาเบา ๆ ก็ทำให้ฉีดขาดแล้ว เหตุที่ผิวหนังแดงเมื่อถูกเกาก็เพราะผิวหนังชั้นที่คอยปกป้องดูแลนั้นเกิดความเสียหาย ทำให้สิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรครุกล้ำเข้าสู่ร่างกายจนเกิดการอักเสบนั่นเอง เคราตินเป็นเยื่อบาง ๆ ที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวหนัง โดยปกติเราเรียกว่าขี้ไคล คนส่วนใหญ่คิดว่าขี้ไคลเป็นสิ่งสกปรก จึงใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ขัดผิวทุกวัน จริง ๆ แล้วขี้ไคลมีหน้าที่ปกป้องผิว หากผิวถูกรบกวนมาก ๆ อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการอักเสบและเป็นกระหรือฝ้าซึ่งปกติแล้วขี้ไคลเหล่านี้จะหลุดเองตามธรรมชาติ ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวแรง ๆ

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีอายุขัยของตัวเอง เซลล์จะดำเนินกระบวนการเมทาบอลิซึมด้วยอัตราเร็วที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับอายุขัยของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ หากถูกเร่งอัตราเร็วจะก่อให้เกิดอันตราย วิธีการผลัดเซลล์ผิวจะใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรงกระตุ้นให้เซลล์ในชั้นหนังกำพร้าเร่งกระบวนการเมทาบอลิซึม ซึ่งไม่เพียงขี้ไคลเท่านั้นที่หลุดลอก แม้แต่หนังกำพร้าก็หลุดออกมาด้วย แม้วิธีนี้จะทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง แต่หนังกำพร้าจะกลายเป็นผิวหนังที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ไม่สามารถทำหน้าที่ดูแลปกป้องน้ำในผิวหรือป้องกันรังสียูวีจากแสงแดดต้นเหตุของจุดด่างดำได้ ทั้งยังไม่สามารถเผชิญกับมลภาวะ จึงหลีกพ้นการเกิดปัญหาผิวหนังได้ยาก

การชะลอความแก่อีกวิธีที่มีความเสี่ยงคือ การฉีดโกรว์ทฮอร์โมน (growth hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญต่อการสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมถึงกระบวนการเมทาบอลิซึม หลังจากผ่านช่วงวัยรุ่นแล้วร่างกายจะผลิตฮอร์โมนชนิดนี้น้อยลง โดยจะผลิตมากที่สุดตอนอายุ 10 ปี เมื่ออายุ 40 ปี โกรว์ทฮอร์โมนจะลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับตอนอายุ 10 ปี และจะลดลงเหลือเพียง 1 ใน 20 เมื่ออายุ 80 ปี ปริมาณของโกรว์ทฮอร์โมนที่ลดลงจะทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อหย่อนยาน เหนื่อยง่าย ผมหงอก ความต้องการทางเพศลดลง

ความแก่เกิดจากการที่ปริมาณโกรว์ทฮอร์โมนน้อยลง จึงมีการฉีดโกรว์ทฮอร์โมนสังเคราะห์เพื่อยับยั้งความแก่ วิธีนี้จะทำให้ร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น ความสามารถในการย่อยสลายไขมันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รูปร่างดูเพรียว สำหรับหญิงสาวทั้งหลาย ผิวพรรณไม่เพียงกระชับขึ้นยังทำให้หน้าอกเต่งตึง นอกจากนี้ยังทำให้ตัวสูงขึ้นและผมดกด้วย หลายคนอาจรู้สึกว่าเห็นผลชัดเจน แต่สิ่งเหล่านี้บอกให้เรารู้ว่าโกรว์ทฮอร์โมนสังเคราะห์สร้างความเปลี่ยนแปลงมากมายภายในร่างกาย สิ่งที่น่าวิตกที่สุดคือเรากำลังฝืนกฎธรรมชาติ เพราะช่วงอายุที่ร่างกายควรมีปริมาณโกรว์ทฮอร์โมนสูงสุดคือ 10-20 ปี

การที่มนุษย์เข้าแทรกแซงกระบวนการธรรมชาติบังคับให้ร่างกายคงสภาพเหมือนช่วงวัยรุ่นด้วยวิธีนี้ ทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหารทำงานได้ดี กล้ามเนื้อกระชับ กินมากก็ไม่อ้วน แต่ก็ทำให้เกิดการเจริญเติบโตแบบรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด และเร่งกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกาย จึงเป็นดาบสองคม อีกปัญหาหนึ่งคือ โกรว์ทฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ผลิตจากกระบวนการพันธุวิศวกรรม แม้จะผ่านการรับรองจากหน่วยงานสาธารณสุขและผ่านการทดลองกับสัตว์แล้ว แต่ตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการติดตามผลด้านความปลอดภัยในคนที่ใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์นี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเรามีสุขภาพแข็งแรง และอัตราเมทาบอลิซึมสอดคล้องกับกฎธรรมชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องสรรหาวิธีชะลอความแก่ใด ๆ เลย สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มีอายุขัยกำหนดไว้ ความเป็นไปของร่างกายก็จะสอดคล้องกับอายุขัย คือเปลี่ยนแปลงด้วยความเร็วที่เหมาะสม และความแก่ก็เป็นกระบวนการที่ต้องเกิดขึ้นตลอดอายุอยู่แล้ว

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง