คะน้า (Chinese Broccoli)

คะน้าเป็นผักยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งจองแทบทุกครัวเรือน จัดอยู่ในสกุลเดียวกับผักกวางตุ้งและกระหล่ำ มีลำต้นอวบน้ำ ใบหนา สีเขียวเข้ม ใบและก้านคะน้ามีรสหวานอ่อน ๆ แบบธรมชาติ หากกินสด เช่น เคียงกับเมี่ยงปลาทู หมูมะนาว หรืออาหารรสจัดอื่นๆ จะได้ความกรอบและเคี้ยวมัน แต่เมื่อนำไปปรุงสุกก็จะได้ลิ้มรสหวานยิ่งขึ้นและเคี้ยวนุ่มกว่าเดิม เมนูที่มักจะมีคะน้าเป็นส่วนประกอบก็เช่น ราดหน้า ผัดซีอิ๊ว คะน้าหมูกรอบ

ถึงแม้คะน้ามักจะมีกลิ่นเหม็นเขียวหรือรสปนขมสักหน่อย แต่ผักใบเขียวชนิดนี้ก็มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยหากกินคะน้าถึง 100 กรัม ร่างกายจะได้รับแคลเซียมมากถึง 245 มิลลิกรัม จึงดีต่อทุกเพศทุกวัย เพราะแคลเซียมเป็นเกลือแร่ที่เป็นองค์ประกอบหลักของกระดูกและฟัน มีวิตามินซี 147 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าสองเท่าของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย รวมถึงมีฟอสฟอรัส 80 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม และเส้นใยอาหาร 1.6 กรัม นอกจากนี้ เบตาแคโรทีนและวิตามินเอที่มีอยู่สูง ในผักคะน้ายังช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา และบำรุงผิวพรรณอีกด้วย การกินคะน้าให้อร่อยต้องลอกเปลือกด้านนอกของก้านที่แข็งออก เพื่อให้เคี้ยวง่าย ไม่มีเสี้ยน และหากกินสดก็มีเคล็ดลับว่าให้นำไปแช่น้ำเย็นจัดหรือโรยน้ำแข็ง เพื่อให้คะน้ากรอบและกลิ่นเหม็นเขียวน้อยลง

แขลงคะน้า คือต้นอ่อนของผักคะน้า ที่เกษตกรถอนแยกออกมาหลังจากต้นคะน้างอกประมาณ 20 วัน นิยมนำมาผัดน้ำมันหอยหรือใช้แทนผักอื่นๆ เพราะเนื้อแน่น กรอบหวานกว่าคะน้าต้นใหญ่ แต่ไม่ว่าจะกินต้นใหญ่หรือต้นเล็ก ก็ควรล้างให้แน่ใจว่าสะอาดก่อนกิน เพราะคะน้าเป็นพืชที่มีแมลงศัตรูพืชและโรคเยอะ จึงต้องใช้สารเคมีในการปลูกมาก

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง