ขิง

ขิง

ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zingiber offinale Roscoe.

ชื่อสามัญ : Ginger.

ชื่อพื้นเมืองอื่น : สะเอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; ขิงเผือก (เชียงใหม่) ; ขิง, ขิงแกลง, ขิงแดง (จันทบุรี) ; ขิงบ้าน (อีสาน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ล้มลุก (H) ขึ้นรวมกันเป็นกอ มีลำต้นใต้ดินลักษณะเป็นเหง้า แตกสาขาคล้ายนิ้วมือเป็นแง่ง เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีขาวนวล หรือเหลืองอ่อน ส่วนที่โผล่เหนือดิน คือกาบใบที่หุ้มซ้อนทับกันมีสีเขียว

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ ลักษณะใบ รูปใบหอกหรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลมหรือยาวคล้ายหาง ใบยาวประมาณ 10-25 ซม. ขอบใบเรียบ โคนใบสอบเรียบ แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบหรือใต้ใบมีขนสีขาวนวล ก้านใบสั้น

ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด แทงช่อดอกจากเหง้าหรือลำต้นใต้ดิน ช่อดอกลักษณะเป็นกาบสีเขียว มีกลีบเลี้ยงสีเหลืองอมเขียวหุ้มอยู่และจะปิดแน่นแล้วจะค่อย ๆ บานออกให้เห็นดอกภายหลัง ดอกจะมีกลีบดอกเป็นสีเหลืองแกมเขียว ตรงปลายกลีบผายกว้างออก สีม่วงแดง ส่วนโคนกลีบดอกม้วนห่อ ออกดอกช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปี

ผล ลักษณะกลมโต และแข็ง ผลแห้งมี 3 พู ภายในมีเมล็ดสีดำหลายเมล็ด ภายในมีเมล็ดสีดำหลายเมล็ด

นิเวศวิทยา

มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศอินเดีย เป็นพืชที่ชอบอากาศชื้นและมีอุณหภูมิสูงพอสมควร นิยมปลูกเป็นพืชผักสวนครัว

การปลูกและขยายพันธุ์

เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยหรือดินร่วนปนทราย ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือเหง้า

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ราก รสหวานเผ็ดร้อนขม เป็นยาขับลม ฆ่าพยาธิ และเจริญอาหาร แก้เสมหะ แก้บิด แก้พรรดึก บำรุงเสียงให้เพราะ ทำให้ผิวหนังสดชื่น แก้นิ่ว แก้ไอ รักษาบิดตกเป็นโลหิตสีขมิ้น

เปลือกเหง้า รสเผ็ดร้อน ใช้เปลือกเหง้าแห้ง ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ ขับลม รักษาอาการท้องอืด แน่นจุกเสีย อาการบวมน้ำ หรือใช้เป็นยาภายนอกทารักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน และแผลมีหนอง

เหง้าใต้ดิน รสหวานเผ็ดร้อน ขับลม รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้คลื่นไส้อาเจียน ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุ แก้หอบ รักษาบิด และรักษาพิษจากปู ปลา นก เนื้อสัตว์อื่น ๆ ต้มดื่มแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยขยายหลอดเลือดใต้ผิวหนังทำให้เหงื่อออก ปรับอุณหภูมิในร่างกายให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย ใช้ปรุงกับสมุนไพรอื่นเป็นยาคุมธาตุได้ดี และช่วยย่อยอาหาร ใช้หัวหรือเหง้าผสมกระเทียมสด เกลือ มะนาว รับประทานขับน้ำคาวปลาในสตรีที่คลอดบุตรใหม่ และขับลม บรรเทาอาการปวดท้องเกร็ง ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันการเมารถเมาเรือได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบัน

ขิง

ใบ รสเผ็ดร้อน บรรเทาอาการฟกช้ำจากการหกล้ม กระทบกระแทกและฆ่าพยาธิ ขับลม ช่วยย่อยอาหาร บำรุงกำเดา แก้นิ่ว แก้ขัดปัสสาวะ แก้โรคตา คอเปื่อย ใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น เช่น มะขามแขก และกานพลู ต้มดื่มเป็นยาระบายชนิดกระตุ้นลำไส้ใหญ่ให้บีบตัว

ดอก รสฝาดเผ็ด ช่วยย่อยอาหาร ฆ่าพยาธิ บำรุงไฟธาตุ แก้บิด แก้ปัสสาวะขัด และโรคประสาทซึ่งทำใจให้ขุ่นมัว แก้คอเปื่อย และทำให้ชุ่มชื่น

ผล รสหวานเผ็ด รักษาอาการไข้ บำรุงน้ำนม บรรเทาอาการคอแห้ง เจ็บคอ แก้ตาฟาง เป็นยาอายุวัฒนะ, ใช้ผสมกับสมุนไพรอื่นรักษามะเร็งกรามช้าง มะเร็งดอกบุก หนองใน ตาต้อกระจก ตาฟาง ตามืด วิงเวียนศีรษะ โรคประสาทพิการ ปวดเอว การมีบุตรยากของสตรี

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • ขับลม รักษาอาการท้องอืด ท้องแน่นเฟ้อ เมารถเมาเรือ คลื่นไส้การอาเจียนที่เกิดจากธาตุไม่ปกติ โดยใช้เหง้าขิงสดขนาดเท่าหัวแม่มือหรือประมาณ 5-10 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นแว่นต้มในน้ำเดือด 500 ซีซี กรองเอาน้ำดื่ม หรือ ใช้ผงขิงแห้ง 1 กรัม ชงน้ำดื่มก็ได้
  • แก้ไอ ขับเสมหะ โดยใช้เหง้าขิงสด ฝนกับน้ำมะนาว ใส่เกลือเล็กน้อย ใช้กวาดคอ หรือจิบบ่อย ๆ
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง