ขจร (Cowslip Creeper)

ขจร

ขจรหรือที่ทางภาคเหนือเรียกว่า สลิด เป็นไม้เลื้อย ใบคล้ายรู้หัวใจ ต้นมียางสีขาว ดอกออกเป็นพวง มีมากในฤดูฝน กลีบดอกหนาเป็นมัน โคนกลีบเชื่อมติดกัน ปลายดอกแยกเป็น 5 แฉก ดอกอ่อนสีเขียวอ่อน เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส่งกลิ่นหอมแรงช่วงกลางคืน หอกปลูกเป็นไม้ประดับก็สวยไม่แพ้ไม้ดอกอื่น ๆ

ดอกขจรมีสรรพคุณช่วยเจริญอาหาร แก้คลื่นไส้ บำรุงตับ ขับเสมหะ และแก้ปวดหัว แถมเมื่อกินถึง 100 กรัม ร่างกายยังจะได้รับสารอาหารอย่างแคลเซียม 70 มิลลกรัม ฟอสฟอรัส 90 มิลลิกรัม วิตามินเอ 3,150 ไมโครกรัม และวิตามินซีอีก 45 มิลลิกรัม แต่ดอกขจรก็ให้พลังงานค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับผักอื่น ๆ คือ 78 กิโลแคลอรี

ดอกขจรมีเนื้อนุ่ม รสมัน หวานหอมแบบธรรมชาติ และไม่เหม็นเขียว จึงเป็นที่ถูกใจของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะกินแบบลวก จิ้มน้ำพริก ผัดน้ำมัน ชุบแป้งทอด ยำดอกขจร ทอดมันดอกขจร ลวกกะทิ ใส่ในแกงจืด แกงส้ม ไข้เจียว ไข่ตุ๋น หรือข้าวต้ม ส่วนอื่นของต้นขจรที่กินได้ยังมียอดอ่อนที่ลวกจิ้มน้ำพริกหรือใส่แทนผักอื่น ๆ ได้แทบทุกจาน และฝักอ่อนขจรสีเขียวรูปทรงกลมยาว สีเขียว ปลายข้างหนึ่งแหลม กินได้ทั้งแบบสดและลวกจิ้มน้ำพริก รสหวานอร่อยไม่แพ้ดอก

วิธีการปลูกยำดอกขจรให้อร่อย ให้เลือกดอกขจรสด ๆ คือ ไม่เหี่ยวเฉา สีไม่คล้ำ มาล้างทำความสะอาด เด็ดก้านแข็งทิ้ง เหลือเป็นช่อเล็ก ๆ ลวกน้ำร้อนแล้วพักไว้ แต่หากอยากให้ดอกขจรมีสีเขียวสด หลังจากลวกน้ำร้อนแล้ว ให้รับตักขึ้นมาแช่น้ำเย็นทันที ต่อด้วยการเตรียมน้ำยำโดยใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว น้ำปลา และพริกขี้หนู ตามชอบ หากอยากให้รสเข้มข้นก็ใส่น้ำพริกเผาเพิ่มลงไป จากนั้นนำดอกขจรลงไปเคล้า ตามด้วยกุ้งและหมูลวก โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว หรือจะลองนำดอกขจรไปชุบแป้งทอดแทนการลวดก่อนนำมายำก็จะได้รสชาติแปลกใหม่ ต่างไปจากสูตรเดิม

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง