กีวี (Kiwi Fruit)

กีวี

ก่อนหน้าที่จะได้ชื่อว่า “กีวี” ผลไม้รูปทรงกลมรี เปลือกบาง มีขนเล็ก ๆ สีน้ำตาลปกคลุมทั่วผลชนิดนี้ เคยมีชื่อว่า “Chinese Gooseberry” เพราะเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน แต่ถูกนำไปปลูกและพัฒนาพันธุ์จนเป็นผลไม้เศรษฐกิจในประเทศนิวซีแลนด์และได้รับการตั้งชื่อใหม่ตามชื่อของนกกีวี ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติ จนคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่ากีวีเป็นพืชพื้นถิ่นดั้งเดิมของประเทศนิวซีแลนด์

เมื่อผ่าผลกีวีตามขวางจะเห็นเนื้อสีเขียวหรือสีเหลืองฉ่ำน้ำ แกนกลางสีขาว มีเมล็ดสีดำเล็ก ๆ คล้ายเมล็ดงาเรียงเป็นวงรอบ ๆ อย่างสวยงาม วิธีกินผลสดก็ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องปอกเปลือกให้เสียเวลา แค่ผ่าเป็นสองซีกแล้วใช้ช้อนเล็ก ๆ ตักเนื้อกิน เพียงเท่านี้ก็จะได้ลิ้มชิมรสเนื้อชุ่มฉ่ำหวานอมเปรี้ยวของกีวีแล้ว แต่เมื่อผ่าผลออกแล้วควรกินทันที ก่อนวิตามินซีที่มีอยู่จะสูญสลายไป กีวีเป็นหนึ่งในผลไม้เพียงไม่กี่ชนิดที่ยังมีสีเขียวเมื่อสุก ซึ่งควรกินทันทีที่สุก เพราะหลังจากนั้นคลอโรฟิลล์จะลดลง แม่บ้านใช้กีวีสดหมักเนื้อหรือปรุงอาหารจานเนื้อเพื่อให้เนื้อนุ่ม เนื่องจากมีเอนไซม์แอกทินิดิน (ACTINIDIN) ช่วยย่อยโปรตีน แต่ไม่ควรผสมกีวีสดในผลิตภัณฑ์นม เพราะจะทำให้โปรตีนตกตะกอน

กีวีเพียง 1 ผล ให้วิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 2 เท่า และยังให้วิตามินอีสูงกว่าอะโวคาโด 2 เท่า ในขณะที่มีแคลอรีต่ำกว่า เป็นผลไม้ที่เปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เส้นใยอาหารจากกีวีช่วยทำความสะอาดลำไส้ได้ดี จึงลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็ง โพแทสเซียมในกีวีช่วยรักษาระดับของเหลวในร่างกายให้สมดุลและช่วยลดความดันโลหิต ทั้งยังมีสารลูทีน (LUTEIN) ที่ช่วยซะลอความเสื่อมของตาและลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับตา

เคล็ดลับการเลือกซื้อกีวี ให้เลือกลูกที่ไม่มีริ้วรอยบุบช้ำ และไม่อ่อนนิ่มจนเกินไป แล้วนำมาวางไว้ที่อุณภูมิปกติรอให้สุก เพียงเท่านี้ก็จะได้รับประทานกีวีที่อร่อยไม่น้อยหน้าใคร

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง