เกล็ดความรู้เกี่ยวกับ “กานพลู”

กานพลู ภาษาจีนเรียกว่า “เต็งฮยง” เป็นเครื่องเทศและยาที่ใช้ในแถบเอเชีย ทั้งจีน อินเดีย ไทย มากกว่า 2,000 ปี ส่วนที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์คือ ส่วนดอกตูมที่มีฐานดอกใหญ่ การเก็บเกี่ยวกานพลูจะทำเมื่อก้านดอกเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง กานพลูคุณภาพดีควรแห้งสนิทและมีดอกขนาดใหญ่ ดอกกานพลูที่บานแล้วจะมีสรรพคุณทางยาต่ำกว่าดอกตูม และกานพลูที่ผ่านการสกัดเอาน้ำมันออกแล้ว ก็จะมีสรรพคุณทางยาต่ำลงเช่นกัน

สรรพคุณ

  • กานพลูมีฤทธิ์อุ่น เผ็ดร้อน กลิ่นหอมแรง จึงช่วยรักษาอาการท้องอืดเฟ้อ จุกเสียด อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ลดกรดในกระเพาะ ลดการบีบตัวของลำไส้
  • กานพลูมีสารยูจีนอล (eugenol) สูง ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาแก้ปวด แก้อักเสบ แก้ปวดฟัน ยาชา รักษาโรคเหงือก ระงับแบคทีเรียและกลิ่นปากได้ดี
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของม้าม กระเพาะ และไต ช่วยอุ่นกระเพาะอาหาร แก้อาเจียน และแก้อาการสะอึก
  • กานพลูมีแมงกานีสสูง มีโอเมกา 3 วิตามินเค วิตามินซี เส้นใย มีแคลเซียมและแมกนีเซียมเล็กน้อย จึงเป็นประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน

วิธีทำ

  • เคี้ยวกานพลูแห้ง 1-2 ดอก หลังมื้ออาหาร เพื่อลดกลิ่นปาก ช่วยให้ปากสะอาด และช่วยลดอาการท้องอืดจากอาหารไม่ย่อย
  • ต้มกานพลูแห้งกับชา ดื่มเป็นประจำ ช่วยอาการเบื่ออาหาร แน่นจุกเสียด อาหารไม่ย่อย มีกรดในกระเพาะ
  • บดกานพลูแห้ง 1 ดอก ผสมกับนมครึ่งลิตร ดื่มลดอาการท้องอืดในเด็กอายุมากกว่า 2 ปี

ข้อควรระวัง

  • ผู้ที่เป็นไข้ อาเจียน ร้อนใน ห้ามกิน
  • หญิงมีครรภ์และให้นมบุตร เด็ก ผู้ป่วยโรคตับไต และผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไม่ควรกิน

สิ่งที่น่าสนใจ