กระเจี๊ยบแดง (Roselle)

กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชล้มลุกในวงศ์เดียวกับชบาและฝ้าย ดอกกระเจี๊ยบแดงจึงคล้ายกับดอกชบา มีกลับดอกสีเหลืองหรือชมพู โคนกลีบดอกสีม่วงแดง ส่วนที่เราเห็นเป็นกลีบหนาฉ่ำน้ำ สีแดงเข็ม ที่มักเรียกว่า “ดอกกระเจี๊ยบ” นั้น แท้จริงคือกลีบเลี้ยง นำมาต้มน้ำเติมน้ำตาล เป็นน้ำกระเจี๊ยบรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแก้ร้อนในกระหายน้ำ ยอดอ่อนกินเป็นผักจิ้มน้ำพริกหรือใส่ในแกงส้มให้รสเปรี้ยวกำลังดี เป็นที่มาของชื่อพื้นบ้านว่า “ส้มพอเหมาะ” และ “ส้มพอดี”

การที่กลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบมีสีแดง หมอยาพื้นบ้านจึงเชื่อว่ามีสรรพคุณในการบำรุงเลือด ซึ่งตรงกับการศึกษาวิจัยในปัจจุบันที่พบว่า กระเจี๊ยบแดงมีธาตุเหล็กและเบตาแคโรทีนสูง เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก และผู้ที่เป็นโรคขาดวิตามินเอ

สีแดงของกลีบเลี้ยง เกิดจากสารแอนโทไซยานิน (ANTHOCYANIN) ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างความแข็งแรงให้หลอดเลือด กระเจี๊ยบแดงจึงมีสรรพคุณลดความดันโลหิต ป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคมะเร็ง และช่วยชะลอความแก่ ทั้งมีรายงานว่าเมื่อกินเข้าไป สารแอนโทไซยานินในกระเจี๊ยบแดงจะไปถึงสมองได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยไม่ให้เซลล์สมองถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ กระเจี๊ยบแดงจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมได้อีกทางหนึ่ง

รสเปรี้ยวของกระเจี๊ยบแดงเกิดจากกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น กรดแอสคอร์บิก กรดซิตริก กรดมาลิก กรดทาร์ทาริก ซึ่งมีสรรพคุณช่วยละลายเสมหะ บรรเทาอาการไอ เป็นยาระบายอ่อน ๆ และมีสูตรรักษาอาการปัสสาวะขัด โดยใช้กลีบกระเจี๊ยบแดงบดเป็นผง 1 ช้อนชา ชงในน้ำเดือด 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการจะหาย

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง