กระถิน (Lead Tree) ประโยชน์และสรรพคุณ

กระถิน (Lead Tree)

กระถิน

กระถินเป็นต้นไม้ที่ทนต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ดี เพราะมีถิ่นกำเนิดจากแถบอเมริกาใต้ คนไทยนิยมปลูกต้นกระถินเรียงกันเป็นแถว เพื่อทำเป็นรั้วธรรมชาติและไว้เก็บกินทั้งยอดอ่อน ใบอ่อน และฝักอ่อน กระจึงถูกตั้งสมญาให้เป็น “ผักสวนครัวรั้วกินได้”  อีกทั้งรากกระถินยังช่วยตรึงไนโตรเจนในอากาศมาปรังปรุงคุณภาพดินได้ จึงเป็นพืชที่ปลูกกันทั่วไป

กระถินมีใบประกอบแบบขนนกคล้ายใบมะขาม ยอดอ่อนกระถินกลิ่นฉุน รสหวานมันปนขมเล็กน้อย นิยมกินสดจิ้มกับน้ำพริก กินกับส้มตำหรือขนมจีนน้ำยา ทำยำยอดกระถิน หรือกินคู่กับหอยนางรมสด ช่วยเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน ยอดกระถินจะอวบและกรอบอร่อยเป็นพิเศษ

ในกระถิน 100 กรัม จะมี…

โปรตีน 8.7 กรัม

เส้นใยอาหาร 3.8 กรัม

แคลเซียม 137 มิลลิกรัม

ธาตุเหล็ก 9.2 มิลลิกรัม

วิตามินเอ 7,883 หน่วยสากล

วิตามินซี 8 มิลลิกรัม

ส่วนคุณสมบัติทางยาของกระถินก็คือ ยอดอ่อนและใบมีสรรพคุณเป็นยาแก้ท้องร่วงและช่วยสมานแผล แต่ก็ยังไม่ควรกินกระถินในปริมาณมาก ๆ  หรือกินติดต่อกันเป็นประจำ เพราะนอกจากจะทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นฉุนแล้วกระถินยังมีกรดยูริก ที่อาจทำให้มีอาการเจ็บตามข้อ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเกาต์ (Gout)

ฝักกระถินมีสีเขียว รูปร่างแบนยาว ออกเป็นพวง ภายในมีเมล็ดเรียงกันเป็นแถว เมล็ดกระถินมีกลิ่นฉุนและเคี้ยวมัน กินสดได้ทั้งกินเล่นและกินเป็นผัก เช่น ใส่ในต้มยำหรือขนมจีนน้ำยา มีสรรพคุณเป็นยาถ่ายพยาธิและแก้ท้องร่วง เมื่อฝักกระถินแก่เต็มที่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาล และแตกออก ทำให้เมล็ดร่วงอยู่ใต้ต้นและเกิดเป็นต้นอ่อนจำนวนมาก เมล็ดแก่ยังใช้ทำเครื่องประดับ เช่น ร้อยเป็นสร้อยหรือเข็มขัดได้อีกด้วย

แม้ต้นกระถินจะเพาะปลูกได้ง่ายและไม่ต้องใช้สารเคมีในการดูแล แต่ข้อควรระวังในการกินอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในยอดอ่อน ใบอ่อน และเมล็ดกระถิน มีสารมิโมซีน (Mimosine) ที่ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ซึ่งหากได้รับปริมาณมาก อาจทำให้เป็นโรคคอหอยพอก รวมถึงทำให้ผมร่วงและเป็นหมันได้

 

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง