กระชาย

กระชาย-2

ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Boesenbergia rotunda (L.) Mansf.

ชื่อพ้อง : Boesenbergia pandurata (Roxb.) Schltr, Kaempferria pandurata Roxb.

ชื่อสามัญ : Wild Ginger

ชื่อพื้นเมืองอื่น : จี้ปู, ชีพู (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ; เป๊าะซอเร้าะ, เป๊าะสี่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; ละแอน (ภาคเหนือ) ; กะแอน, กระชายดำ , ขิงทราย (มหาสารคาม) ; ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ) ; กระชาย (ทั่วไป)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ล้มลุก (H) ลงหัว สูงประมาณ 2-3 ฟุต มีลำต้นใต้ดินลักษณะเป็นแง่งหรือเหง้า แตกออกเป็นกระจุกเลื้อยยาวเหมือนหัวขมิ้น รากอวบ รูปทรงกระบอกหรือรูปไข่ค่อนข้างยาว ปลายรากเรียวแหลม ออกเป็นกระจุก มีผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นกาบใบที่หุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ๆ สีแดงเรื่อ ๆ

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะใบรูปรียาวหรือรูปขอบขนาน แกมรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ เส้นกลางใบ ก้านใบและกาบใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน แผ่นใบมีสีเขียว แทงใบขึ้นจากลำต้นใต้ดิน ใบมีกลิ่นหอม

ดอก เป็นดอกเดี่ยวแบบสมมาตรด้านข้าง แทงดอกออกจากกลางลำต้นระหว่างกาบก้านใบ ใบประดับมีมีม่วงแดง 2 ใบ เรียงซ้อนกัน กลีบดอกมีสีชมพูจุดแดง ปลายแยกเป็น 3 กลีบ ก้านดอกสีขาว รูปดอกเป็นรูปปากเปิด เกสรดอกมีสีขาว ออกดอกช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน

นิเวศวิทยา

มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชียแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทย ปลูกในทุกภาค และนิยมปลูกเป็นผักสวนครัว และใช้ทำยา

การปลูกและขยายพันธุ์

เจริญเติบโตได้ดีในที่สภาพอากาศร้อนชื้น หรืออากาศอบอุ่นตามชายป่า ชอบดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ขยายพันธุ์ด้วยเหง้าหรือลำต้นใต้ดิน การปลูกควรพรวนดินตากแดดทิ้งไว้นานพอสมควร และยกร่องรดน้ำให้ชุ่มเฉพาะในระยะแรกที่ปลูกเท่านั้น จัดระบบการระบายน้ำให้ดี

กระชาย1-2

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

รากใหญ่หรือนมกระชาย รสเผ็ดร้อนขม แก้กามตายด้าน บำรุงความรู้สึกทางเพศ ทำให้กระชุ่มกระชวย หรือใช้เป็นยาอายุวัฒนะ โดยเอาหัวว่านมาตากให้แห้งบดให้เป็นผงละลายน้ำผึ้งรับประทานเช้า-เย็นก่อนอาหารทุกวัน นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาสำหรับรักษาโรคพยาธิทั้งปวงอีกด้วย

เหง้าหัว รสเผ็ดร้อน แก้โรคในปากเปื่อย ปากเป็นแผล ขับระดูขาว แก้ปวดมวนท้อง ท้องเดิน แก้บิดมูกเลือด ใจสั่นหวิว บำรุงกำลังและบำรุงหัวใจ โดยใช้หัวหรือเหง้าปิ้งให้สุกรับประทานกับน้ำปูนใส หรือต้มเอาน้ำดื่มเวลามีอาการ

วิธีใช้และปริมาณที่ใช้

แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด โดยใช้เหง้าและรากสด ล้างน้ำสะอาด 1/2 กำมือ (ถ้าสดหนัก 5-10 กรัม หรือ แห้งหนัก 3-5 กรัม) ต้มในน้ำเดือด 500 ซีซี ประมาณ 15 นาที แล้วกรองเอาน้ำดื่มหรืออาจจะใช้วิธีปรุงเป็นอาหารรับประทานก็ได้

บำรุงความรู้สึกทางเพศ และเป็นยาอายุวัฒนะ โดยใช้เหง้าหัวและรากสดประมาณ 200-500 กรัม ล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นแว่นตากแดดให้แห้ง นำมาโขลกให้ละเอียด ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น เป็นประจำ

ข้อควรทราบ

  • กระชายมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ กระชาย แดง และกระชายเหลือง ซึ่งเป็นกระชายที่ใช้ในการปรุงอาหาร
  • เหง้าหัวและราก มีน้ำมันหอมระเหย เช่น Cineol และ Borneol ฯลฯ ใช้แต่งกลิ่นอาหาร แก้บิด
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง