กระชาย (Fingerroot)

กระชายเป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง ข่า มีลำต้นใต้ดินที่เรียกว่าเหง้า บริเวณเหง้ามีรากสะสมอาหาร คนโบราณเรียกว่า นมกระชายซึ่งมีลักษณะอวบพองปลายเรียวแหลมอยู่รวมกันเป็นกระจุกคล้ายนิ้วมือ อันเป็นที่มาของชื่อ Fingerroot กระชายมีรสเผ็ดร้อน ขม และมีกลิ่นจัดเฉาะตัว มักใช้เป็นเครื่องเทศเพิ่มรสและกลิ่นอันเป็นเสนห์ให้กับอาหารไทย โดยนำมาใช้ดับกลิ่นเนื้อและกลิ่นคาวปลาได้ดีหรือนำกระชายอ่อนมากินเป็นผักสดเคียงกับน้ำพริก

หมอไทยโบราณเรียกกระชายว่า โสมไทย เนื่องจากมีสรรพคุณที่คล้ายคลึงกันกับโสมจีน โดยเฉพาะสรรพคุณทางด้านบำรุงกำลังและสมรรถภาพทางเพศ ใช้เป็นยาอายุวัฒนะและยาเจริญอาหาร สูตรยาอายุวัฒนะง่ายๆ คือ ใช้กระจายตากแห้ง บดเป็นผง บรรจุแคปซูล สัปดาห์ที่ 2 กินก่อนอาหารเช้า 2 แคปซูล กระชายยังใช้รักษาโรคทั่วไปอย่างบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ลมจุกเสียด บำรุงหัวใจ บำบัดโรคกระเพาะ ทาแผลในปาก ทาภายนอกแก้กลากเกลื้อน งูสวัด

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า เหง้าและรากกระชายมีน้ำมันหอมระเหยที่ประกอบด้วยสารหลายชนิด เช่น ซินีออล (Cineol) แคมเฟอร์ (Camphor) เมทิลซินนาเมต (Methyl Cinnamate) ซึ่งมีฤทธิ์ขับลม ทำให้กระเพาะ ลำไส้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ สาเหตุของอาการปวดเกร็ง ทั้งยังช่วยให้เจริญอาหาร ส่วนตำรับที่หมอยาพื้นบ้านไทย ใช้เหง้าแห้งครึ่งกำมือต้มเอาน้ำดื่มแก้อาการแน่นจุกเสียดนั้น ตรงกับผลการศึกษาวิจัยในปัจจุบันที่ว่าสารสกัดกระชายมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการแน่นจุกเสียด

มีรายงานการวิจัยพบว่า สารพิโนสโตรบิน (Pinostrobin) ซึ่งเป็นกลุ่มสารฟลาโวนอยด์ที่มีอยู่ในกระชาย มีฤทธิ์ต้านการเจริญของแบคทีเรียชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร ช่วยการอักเสบของแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น มีฤทธิ์ต้านการเจริญของเชื้อราสาเหตุของโรคกลาก ต้านการเจริญของเชื้อที่เป็นสาเหตุของอาการตกขาว มีฤทธิ์เพิ่มประสิทธิภาพของเอนไซม์ที่กำจัดสารพิษในตับ และมีฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งของมนุษย์ การกินกระจายจึงอาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้

กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซต์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง