อายุขัยโดยเฉลี่ย เราไม่ต้องสนใจ

หน้าแรก ฟอรั่ม กระทู้สาระ อายุขัยโดยเฉลี่ย เราไม่ต้องสนใจ

กระทู้นี้ประกอบด้วย 0 ข้อความตอบกลับ มี 1 เสียง และอัปเดตครั้งสุดท้ายโดย  Webmaster 1 ปี, 3 เดือน มาแล้ว

  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #3264

    Webmaster
    Keymaster

    หลายคนคงยึดติดและคิดว่าเราควรอายุเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราสามารถที่จะรู้รักษาสุขภาพให้แข็งแรง และมีอายุที่ยืนยาวอย่างปราศโรคภัยได้ ไม่จำเป็นว่าต้องใช้ชีวิตให้คุ้มอย่างการเที่ยวเล่นกินดื่มในช่วงอายุนึง

    การนำตัวเลขของอายุมาเปรียบเทียบกับอายุขัยเฉลี่ย แล้วตัดสินว่าอายุยืนหรือไม่นั้น เป็นมาตรฐานที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน โดยเมื่อประมาณ 20 ปี ที่แล้ว หลังจากมีรายงานว่าอายุขัยเฉลี่ยของชาวญี่ปุ่นสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ผู้คนจึงเริ่มหันมาสนใจคำว่าอายุขัยเฉลี่ย

    ในอดีตการจะตัดสินว่าอายุยืนหรือไม่ มักเปรียบเทียบจากอายุของคนรอบข้าง เช่นคนในตระกูล ญาติ หรือเพื่อนบ้าน ในปี ค.ศ. 1947 หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 อายุขัยเฉลี่ยของชาวญี่ปุ่น ผู้ชายอยู่ที่ 50.06 ปี ผู้หญิงอยู่ที่ 53.96 ปี แต่ในปี ค.ศ. 2005 อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายสูงขึ้นเป็น 78.56 ปี และผู้หญิง 85.52 ปี เพิ่มขึ้นมา 30 ปี ในช่วงเวลา 60 ปี แต่ในตัวเลขทางสถิติเหล่านี้กลับมี “กับดัก” ซ่อนอยู่ เพราะตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า คนที่เสียชีวิตขณะอายุ 50 ปี ในอดีต จะเปลี่ยนมาอายุยืนขึ้นเป็น 80 ปี หากมีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน

    คำว่า อายุขัย เฉลี่ย เรียกอีกอย่างก็คือ ความน่าจะเป็นของอายุที่เหลือโดยเฉลี่ยของเด็กอายุ 0 ขวบ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นจะประกาศสถิติอายุขัยเฉลี่ยของประชากรทุกปี ข้อมูลดังกล่าวจะแสดงตัวเลขอายุขัยเฉลี่ยและอายุที่เหลือโดยเฉลี่ยของคนในแต่ละวัย หากอ่านอย่างละเอียดก็จะเห็นแนวโน้มที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ เมื่อนำอายุที่เหลือโดยเฉลี่ยของเด็กอายุ 0 ขวบในปี ค.ศ. 1947 มาเปรียบเทียบกับปี ค.ศ. 2005 เพศชายจะต่างกัน 28.50 ปี เพศหญิงจะต่างกัน 31.56 ปี แต่จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่าอายุขัยก็ยังเกิน 80 ปีไม่มาก นั่นหมายความว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ตัวเลขอายุขัยเฉลี่ยของชาวญี่ปุ่นสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างมากคืออัตราการเสียชีวิตของทารกลดน้อยลง ขณะอายุที่เหลือโดยเฉลี่ยของผู้สูงอายุไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

    บางคนอาจพูดว่าแม้อายุขัยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่ปีก็ยังถือว่ามากขึ้นนั่นก็เป็นเรื่องดีแล้ว ที่จริงแล้วสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขของอายุ แต่อยู่ที่เนื้อหาต่างหาก หากลองเทียบดูว่า ระหว่างคนอายุ 80 ปีในสมัยก่อนกับคนอายุ 80 ปีในปัจจุบัน คนกลุ่มไหนที่ต้องไปหาหมอรักษาโรคมากกว่า คำตอบคือกลุ่มคนอายุ 80 ปีในปัจจุบัน และถ้าลองมองคนรอบข้างเราที่มีอายุมากกว่า 80 ปี แล้ว ล้วนเป็นคนที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเสียเป็นส่วนใหญ่ใช่หรือไม่?

    ความจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือ ชาวญี่ปุ่นที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปกว่าร้อยละ 60 ต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคใดโรคหนึ่ง หรือไม่ก็ต้องเข้ารับการรักษาตรวจร่างกายตามนัดเสมอ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แม้จะมีอายุยืน แต่ช่วงเวลาที่จะต้องล้มหมอนนอนเสื่อหาหมอก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเช่นกัน แล้วความอายุยืนแบบนี้ยังควรค่าแก่การดีใจอีกหรือ??

     

ฟอรั่ม ‘กระทู้สาระ’ ถูกปิดสำหรับกระทู้และข้อความตอบกลับใหม่