ว่านงาช้าง

ชื่อวงศ์ : DRACAENACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sansevieria cylindrica Bojer

ชื่อสามัญ : –

ชื่อพื้นเมืองอื่น : ว่านงาช้าง, ว่านงู, หอกสุรกาฬ (ทั่วไป)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ล้มลุก (ExH) มีลำต้นใต้ดินลักษณะเป็นเหง้า ไม่มีกิ่งก้าน

ใบ ลักษณะเป็นแท่งกลมยาว แตกขึ้นมาจากลำต้นใต้ดิน เป็นรูปงาช้างลักษณะคล้ายกับผลมะรุม ปลายใบแหลมสูงประมาณ 1-2 ฟุต สีเขียวล้วน และมีร่องตามแนวความยาวจากโคนถึงปลายใบ

ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ แยกแขนง ดอกตูมมีสีขาว กลีบดอก 6 กลีบ ดอกเป็นรูปกรวย พอดอกบานจะเป็นเส้นเล็ก ๆ สีขาว

นิเวศวิทยา

เป็นพืชที่ขึ้นอยู่ทั่วไป นิยมปลูกเป็นไม้ประดับหรือเป็นสวนสมุนไพรภายในบ้านเรือน

การปลูกและขยายพันธุ์

เจริญเติบโตได้ดีในดินทั่ว ๆ ไป ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือปักชำต้นใหม่

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ราก รสเอียน แก้ริดสีดวงทวารและเป็นยาถ่ายพยาธิ

ใบ หรือส่วนที่เป็นแท่งกลมเหมือนงาช้าง รสเอียน ขับโลหิตหลังคลอด โรคบาดทะยักในเรือนไฟ แก้เลือดตีขึ้นหน้า ผู้ที่เป็นสิวฝ้า หน้าตกกระ รับประทานยานี้จะเห็นผลในไม่ช้า ชาวมลายูและซูลู ในแอฟริกา ตัดเอาปลายใบไปอังไฟแล้วบีบเอาน้ำหยอดหูแก้ปวดหู ในอินโดนีเซียคั้นเอาน้ำไปทาผมเป็นยาบำรุงรากเส้นผม ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม

วิธีและปริมาณที่ใช้

  1. แก้ริดสีดวงทวาร และเป็นยาถ่ายพยาธิ โดยใช้รากสด 5-10 กรัม นำมาล้างให้สะอาดโขลกให้ละเอียดอาจจะผสมเหล้าโรงเล็กน้อยก็ได้ คั้นเอาแต่น้ำจิบ
  2. ขับโลหิตหลังคลอด โดยใช้ใบหรือส่วนที่เป็นแท่งกลมเหมือนงาช้าง หั่นเป็นแว่น ๆ หรือโขลกกับเหล้าโรงหรือน้ำซาวข้าวหรือต้มดื่ม วันละ 2-3 ครั้ง

ข้อควรทราบ

ว่านงาช้างมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ

  1. ว่านงาช้างเขียว (หอกสุรกาฬ) คือ ชนิดใบสีเขียวล้วนตลอดใบ และมีร่องตามแนวความยาวใบ
  2. ว่านงาช้างลาย (หอกสุรโกฬ) คือ ชนิดใบสีเขียวและมีลายสีเขียวอมดำเป็นปล้อง ๆ ตลอดความยาวใบ
Share this :
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซท์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง